เสวียนเฟยโกรธมาก สตรีผู้นี้พูดจาไร้ยางอายเช่นนี้ออกมาอย่างฉะฉานได้อย่างไร หลอกให้เขาช่วยเรื่องต่างๆ แต่ยกประโยชน์เข้าตัวเอง
เพื่ออะไร อยากให้เขาเป็นราชครู…
“ท่านราชครู นิสัยเคยชินของท่านไม่ดีเลย เหตุใดท่านมักจะคิดลบในทุกเรื่องกันเจ้าคะ”
เสวียนเฟยแค่นหัวเราะ “ท่านบอกมาว่าจะให้คิดดีอย่างไร”
หมิงเวยพูด “ประโยชน์ข้อแรกข้าพูดไปแล้ว มาเรื่องที่สองต่อเจ้าค่ะ”
นางมองเสวียนเฟยด้วยสายตาอันเป็นมิตร “จำดาวมารเมื่อตอนนั้นได้หรือไม่ ท่านมีพยากรณ์ดวงดาวในช่วงสองปีนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ”
เสวียนเฟยตอบอย่างตรงไปตรงมา “แน่นอน” เขาเป็นราชครู การพยากรณ์ดวงดาวเป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว “ดาวมารอะไร ข้าไม่เคยเห็น”
“ข้าบอกไปแล้วว่าท่านเป็นดาวมารจะมองเห็นตัวเองได้อย่างไร” หมิงเวยมองเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ “ข้ารู้ว่าตอนนี้ท่านเสียใจมากไม่รู้ว่าเหตุใดท่านถึงกลายเป็นดาวมารได้ แต่ท่านลองมาเป็นข้าดูสิปล่อยดาวมารอย่างท่านไปข้าแบกรับความเสี่ยงมากเพียงใด ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อท่านหรือ พูดก็พูดเถอะเรื่องอกสั่นขวัญแขวนเช่นนี้ไม่รู้ว่าท่านจะเกิดปัญหาเมื่อไร การกำจัดท่านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
“…”
“แต่ข้าไม่ท