ไปสนใจคนพวกนั้นเลย ในสายตาของพวกเขาคงมีแต่สินเดิมของเจ้า หึ! คงมองว่าเจ้าเป็นเด็กเรียกทรัพย์!”
หมิงเวยยิ้มนางนั่งช่วยสะใภ้ใหญ่สนเข็มอยู่กับจูเอ๋อร์
“ท่านแม่ พูดเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ หากไม่มองเรื่องทรัพย์สิน น้องหญิงก็เป็นที่หนึ่ง! พวกเขาดูถูกน้องหญิงถือว่าตาบอดมาก”
จี้ฮูหยินคิดตาม “ก็จริง”
สะใภ้ใหญ่ถามต่อว่า “น้องหญิง เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร”
“คิดเห็นอย่างไรหรือเจ้าคะ”
จูเอ๋อร์ขัดจังหวะ “ท่านอา ท่านแม่ถามว่าท่านอาอยากแต่งกับคนเช่นไรเจ้าค่ะ”
หมิงเวยยิ้มแล้วบีบแก้มนุ่มๆ นั้นเบาๆ “จูเอ๋อร์รู้จักคำว่าแต่งงานแล้วหรือ รู้หรือไม่ว่าหมายถึงอะไร”
“เหมือนกันกับท่านพ่อท่านแม่เจ้าค่ะ!” จูเอ๋อร์พูด “กินข้าวด้วยกัน นอนด้วยกันแล้วก็คลอดทารกเยอะๆ” หมิงเวยหัวเราะเสียงดัง
สะใภ้ใหญ่พูดไปด้วย “เด็กคนนี้รู้เยอะจริงๆ”
“แน่นอน” จูเอ๋อร์ดูภูมิใจมาก “ลูกยังรู้ว่าในท้องท่านแม่มีทารกน้อยๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นน้องสาวหรือน้องชาย”
หมิงเวยมองสะใภ้ใหญ่อย่างตกใจ
สะใภ้ใหญ่เขินอาย “อายุครรภ์ยังน้อยอยู่เลยไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ไปได้ยินตอนไหน”
“เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ เจ้าค่ะ”
จูเอ๋อร์มีอายุห้าปีแล้ว พี่ใหญ่ก็มีอายุยี่สิบห้ายี่สิบหก