าที่จะแต่งงานยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมาชิกในราชวงศ์ที่แต่งงานเร็ว” ฟู่จินพูด “เรื่องนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นเรื่องเร่งด่วนด้วยมันเป็นปัญหาแรกที่ต้องแก้ไข”
เขาเงยหน้ามองหมิงเวย “ท่านอ๋องอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่สามารถมีพระชายาเยวี่ยอ๋องอีกคนมาขัดขวางได้ใช่หรือไม่”
คนที่เขามองคือหมิงเวย นางจึงตอบออกไป “ใช่เจ้าค่ะ”
“แต่ไม่แต่งงานก็ไม่สมจริงใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ฟู่จินยิ้ม “พูดเช่นนี้หมายความว่าแม่นางหมิงเตรียมตัวแล้วใช่หรือไม่”
ในที่สุดหยางชูก็เข้าใจความหมายของคำพูดของฟู่จิน และรีบหันไปหาหมิงเวย นางตอบรับแล้วหรือนางหลุดปากหรือไม่ตอนนี้หากสถานะนั้น…
“ใช่เจ้าค่ะ” หมิงเวยยิ้ม “ไม่อย่างนั้นอาจารย์คิดว่าข้าจะบอกให้พี่ห้าถอนหมั้นทำไมกัน”
หยางชูร้อง ‘อา’ แล้วตะโกนเสียงดัง “เวยเวย!”
หนิงซิวจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ “ตะโกนเสียงดังทำไมเจ้าอยากให้ผู้อื่นมาเห็นหรือ”
ไม่รู้หรืออย่างไรว่านี่กำลังวางแผนลับๆ อยู่ หมิงเวยเหลือบมองเขาแล้วพูดตัดรอน “ท่านอย่าดีใจเร็วเกินไปเจ้าค่ะ ข้าก็แค่เตรียมตัวพร้อมที่จะรับตำแหน่งนี้ก่อน”
หยางชูสับสนเล็กน้อย “หมายความว่าอย่างไร”
ฟู่จินเข้าใจ “แม่นางหมิงแค่คิดจะหมั้นแค่นั้นหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ” หมิง