กมาถ่ายทอดคำพูดและให้เขาไปพบเผยกุ้ยเฟย
สองแม่ลูกรู้ว่าการพบกันครั้งนี้อยู่ในสายตาของผู้อื่นดังนั้นการสนทนาจึงถูกจำกัด ช่วงเวลายินดีก็ควรยินดีช่วงเวลาไหนควรใกล้ชิดก็ใกล้ชิด หยางชูมองเผยกุ้ยเฟยอย่างละเอียดเมื่อเห็นใบหน้านางดูเปล่งประกายมีชีวิตชีวาเขาก็โล่งใจ
ก่อนออกจากเมืองหลวงเผยกุ้ยเฟยเพิ่งแท้งบุตรไปจึงเกรงว่าด้วยอายุของนางจะไม่แข็งแรง ล้มป่วยง่าย ได้ยินว่าฮ่องเต้ไม่พบเขา เผยกุ้ยเฟยจึงอธิบายปัญหาเรื่องชาติกำเนิดของเขาแทนฝ่าบาทในฐานะที่เป็นคนในวัง
“…จากนั้นได้หาเสวียนชื่อเพื่อคำนวณดวงชะตาของเจ้า ผลปรากฏว่าชะตาชีวิตถูกกำหนดให้คนรอบข้างโชคร้ายต้องหาผู้พลิกชีวิตชะตามาปราบปราม ในช่วงที่ย่าทวดของเจ้าต่อสู้ในสนามรบ นางมีกลิ่นอายสิริมงคล และกลิ่นอายชั่วร้าย จึงให้เจ้าใช้ชื่อในฐานะหลานชายไว้รอให้เติบใหญ่ค่อยว่ากัน หลายปีมานี้ฝ่าบาทเป็นห่วงเจ้ามากจึงให้เจ้าไปซีเป่ยถือเป็นการขจัดไอชั่วร้ายรอบตัวเจ้า…”
คำพูดนี้ไม่สามารถคิดทบทวนได้อย่างคำว่าผู้พลิกชีวิตชะตาจะมีผู้ใดสูงไปกว่าฮ่องเต้อีก แต่ทั้งสองแม่ลูกแสดงละครว่าไม่มีผู้ใดคิดถึงเรื่องนี้
หลังจากคุยเรื่องสำคัญเสร็จเผยกุ้ยเฟยมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน “ก่อนหน้า