นะอันอ๋องอยู่เลย…
จงซู่พูด “พูดตามตรงที่ข้าข่มขู่ใต้เท้ากัววันนั้นเพราะไม่มีทางเลือกจริงๆ ซือฮว๋ายไท่จื่อกับบิดาของข้ามีมิตรภาพเก่าต่อกัน ข้าก็แค่ไม่ต้องการให้สายเลือดของเขาสูญสิ้น สถานะของน้องหกเป็นความลับสุดยอดหากไม่เกิดเรื่องก็ไม่ต้องการให้ผู้ใดรับรู้ ตอนนี้ต้องการให้ใต้เท้ากัวรับรู้เพื่อเป็นการไถ่โทษ และเพื่อให้ใต้เท้ากัวสบายใจ ท่านสามารถอยู่อย่างสงบสุขได้สักสองสามปีเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะเกิดจุดเปลี่ยน”
กัวสวี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง และถามจงเยวี่ย “พระพลานามัยของฝ่าบาทถึงจุดนั้นแล้วจริงๆ หรือ”
จงเยวี่ยประสานมือตอบ “อย่างน้อยสามถึงห้าปีขอรับ”
กัวสวี่คิดว่าแม้หลังจากผ่านไปห้าปีเขาจะอายุห้าสิบซึ่งไม่แก่เลยสำหรับขุนนางที่เข้ามาในราชสำนัก ฮ่องเต้มีพระชนมายุไม่ยืน แต่คนที่มีตำแหน่งโส่วเซี่ยงล้วนมีอายุห้าสิบขึ้นไป ถ้าอยู่นานเท่าหลู่เซียงก็ทำงานได้ยี่สิบปี…
กัวสวี่เก็บสีหน้าแล้วยิ้ม “ข้าเข้าใจผิดไปเองหยางซานช่วยชีวิตข้า ตอบแทนบุญคุณเป็นเรื่องสมควรแล้ว”
จงซู่ยิ้มตาม “ใต้เท้ากัวคิดได้เช่นนั้นข้าก็ดีใจ”
ทั้งสองกล่าวชื่นชมกันอย่างไม่ได้มาจากใจจริงนักก่อนจะจบการสนทนาอันไร้สาระแล้วทั้งสองก็กล่าวลากันอย่