“เพล้ง…” เสียงกระเบื้องแตกดังขึ้นในท้องพระโรงของตกแต่งทั้งหมดที่เพิ่งนำมาเปลี่ยนล้วนพังทลายสิ้น
ว่านต้าเป่าที่เฝ้าอยู่ด้านนอกได้ยินก็หนังตากระตุกขันทีฝึกหัดที่อยู่ถัดจากเขาถามอย่างระมัดระวัง “อาจารย์ ฝ่าบาททรงกริ้วหรือ วันนี้ที่ซีเป่ยได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ เหตุใดฝ่าบาทถึงต้องกริ้วด้วย”
ว่านต้าเป่าก้มหน้าเพราะอาย “ธุระของฝ่าบาทเป็นสิ่งที่เจ้าสามารถพูดคุยได้หรือ ดูให้มากถามให้น้อยเสียจะดีกว่า”
หลิวกงกงที่ยืนอยู่อีกด้านเหลือบมองเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ว่านกงกง ท่านไปรับศิษย์ที่ฉลาดผู้นี้มาจากที่ใดหรือ ดูกระตือรือร้นดีนะ”
ว่านต้าเป่ากระแอมแล้วตอบว่า “หลิวกงกงชมเกินไปแล้ว เด็กคนนี้หัวทึบ ฉลาดที่ไหนกันก็แค่ดูกระตือรือร้นก็เท่านั้น”
“การถามหมายความว่าอยากเรียนรู้คนเช่นนี้ไม่ช้าก็เร็วเขาจะมีอนาคต เมื่อถึงตอนนั้นท่านจะมีความสุขกับศิษย์ของท่าน!” หลิวกงกงมองท้องฟ้าแล้วคารวะด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนฝ่าบาทจะไม่มีเวลาให้ข้าเข้าพบแล้วข้าขอตัวกลับไปทำงานก่อน วันนี้วันดีที่ทำการเองก็วุ่นวายมาก ว่านกงกงข้าขอลาตรงนี้”
ว่านต้าเป่ายิ้มเยาะ “ท่านคงยุ่งมากเดินทางกลับดีๆ” หลิวกงกงหันหลังเดินจากไป
เมื่อร่างขอ