ิงซือแทนฮ่องเต้นั้นถือเป็นคนสนิทในคนสนิทอีกที!
การอยู่ข้างกายฮ่องเต้ที่ขยันขันแข็งต้องคอยระวังคอยตรวจสอบอยู่เสมอ แต่ก็สู้หวงเฉิงซือไม่ได้ ว่านต้าเป่าสงสัยว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงกริ้วหนักถึงเพียงนี้
เมื่อคิดไปคิดมาก็รู้สึกอิจฉาหลิวชวงซีมากขึ้น เรื่องสำคัญเช่นนี้เป็นหลิวชวงซีที่เข้าใจจิตใจของฮ่องเต้ได้ดีกว่า และทุกครั้งที่ฮ่องเต้อารมณ์ไม่ดีก็จะเรียกเขามาทำงานบางอย่าง
ภายในท้องพระโรง
“พูดมา!” ฮ่องเต้ชี้หน้าหลู่เฉียนมือสั่น “เขาเป็นผู้ใดถึงได้กล้าพูดจาหยาบคายเช่นนี้! ข้าจะจับมันมาเฉือนเป็นหมื่นครั้ง!”
หลู่เฉียนกล่าวอย่างสงบ “ฝ่าบาท ผู้ใดเป็นคนพูดไม่สำคัญในเมื่อมีหนึ่งคนพูดก็ต้องมีคนด้านนอกรออยู่มากขึ้น ตอนนี้ท่านหุนหันพลันแล่น กระหม่อมเกรงว่าเรื่องต่างๆ คงมาถึงจุดที่ไม่สามารถจัดการได้”
ฮ่องเต้กำแหวนหยกในมือแน่นใช้ความพยายามอย่างมากที่จะระงับอารมณ์โกรธของตนเอง “ท่านพูดมาว่าต้องทำอย่างไร”
หลู่เฉียนพูดอย่างสบายๆ “กระหม่อมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่งั้นหรือ” ฮ่องเต้แค่นหัวเราะเมื่อนึกถึงคำพูดเสียดสีก็ทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร…”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลู่เฉียนรู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจจึงอ