ิงหมิงเฉิงเป็นองค์หญิงใหญ่ นางรักท่าน แต่ก็ทนเห็นลูกหลานของซือฮว๋ายไท่จื่อตายไม่ได้ แม้จะทำเรื่องนี้ แต่ก็เป็นเพราะความห่วงใยพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พึมพำ “ความห่วงใย…”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลู่เฉียนชะงัก “ตัวอย่างเช่นในกรณีของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋อง องค์หญิงใหญ่ทราบว่าฝ่าบาทไม่พอพระทัย แต่ก็ยังช่วยชีวิต…ต่อมาก็ขออภัยโทษต่อฝ่าบาท การกระทำขององค์หญิงใหญ่ไม่ใช่เพื่อประจบ ไม่ใช่เพื่อต่อสู้เพื่ออำนาจ แต่เป็นเพราะรักน้องชายเพื่อให้สายเลือดของจิ้นอ๋อง และสายเลือดของซือฮว๋ายไท่จื่อยังคงอยู่”
ฮ่องเต้ใจสั่น “ตอนที่เจิ้นอายุไม่ถึงสิบปี ฮองเฮาองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ด้วยอาการป่วย เสด็จพี่กังวลว่าข้าจะอยู่ในวังลำบากจึงมักมาดูแลข้าที่จวน”
“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” หลู่เฉียนพูดอีกครั้ง “เพียงแต่องค์หญิงใหญ่สิ้นพระชนม์มาหลายปีแล้ว พระราชโองการลับนี้อาจถูกใช้โดยผู้อื่น คนพวกนั้นอาจตั้งใจบิดเบือนเจตนาขององค์หญิงใหญ่ และใช้ประโยชน์จากราชโองการลับ ฝ่าบาท…พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควรคิดว่าเรื่องนี้จะทำให้ฝ่าบาทลำบากใจได้ ช่างน่าขันเสียจริง หลายปีมานี้ฝ่าบาททั้งรัก และเอาใจใส่คุณชายสามมากทุกคนในใต้หล้าล้วนมองเห็น”
ฮ่องเต้เงียบไปครู่หนึ่งแล้ว