ตรัสว่า “ถึงอย่างนั้นพวกเขาข่มขู่เจิ้นด้วยเรื่องนี้ ความจริงอาจ…”
หลู่เฉียนส่ายหน้า “ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องรีบร้อนข่าวลือทั้งหมดในตอนนี้จะได้รับการแก้ไขยังไม่สายเกินไปที่จะค่อยๆ จัดการในภายหลัง” เขาพูดกระตุ้นอีกฝ่ายว่า “ซีเป่ยมีชัยชนะครั้งใหญ่ช่วงเวลาที่ดีเช่นนี้ไม่คุ้มค่าเลยที่จะให้พวกเขาทำลายศักดิ์ศรีของท่าน”
…………
ฟู่จินยังไม่กลับมา เขามาเคาะประตูที่ศาลาว่าการกลางดึกแล้วพาเจี่ยงเหวินเฟิงออกไปดื่มข้างนอก เจี่ยงเหวินเฟิงที่ยุ่งมาทั้งวันเขาเหนื่อยล้ามาก แต่ต้องมากับเขาด้วยจนรู้สึกอยากจะบีบคออาจารย์ให้ตายไปเสีย
“อาจารย์ เหตุใดท่านถึงมีความสุขนัก” เจี่ยงเหวินเฟิงถามอย่างจริงจังสองปีมานี้ทำให้เขารู้จักใบหน้าที่แท้จริงของฟู่จินเป็นอย่างดี เห็นเขาเป็นเช่นนี้ต้องมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นแน่ต้องให้คนอื่นมาง้างปากถึงจะยอมพูด
ฟู่จินยิ้ม “หลังจากคืนนี้คนผู้นั้นก็จะมีสถานะจะไม่ดีใจได้อย่างไร”
เจี่ยงเหวินเฟิงตกใจเขาชูสามนิ้ว “ท่านหมายถึงคนผู้นี้หรือ”
“นอกจากเขาแล้วยังมีผู้ใดอีก”
เจี่ยงเหวินเฟิงแปลกใจ “ท่านทำอะไรเหตุใดถึง…”
ฟู่จินยิ้มเขาล้วงเอาผ้าไหมสีเหลืองออกมาแล้วโยนทิ้ง เจี่ยงเหวินเฟิงเห็นสีเหลืองสดใสนั้นก็ตก