แปลกตรงไหนที่ข้าจะมีของแบบนี้อยู่ในมือ”
“ท่านบ้าไปแล้ว!” หลู่เฉียนถามเสียงต่ำ “ท่านคิดจะบีบบังคับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันหรือ!”
สีหน้าของฟู่จินยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “ช่วยไม่ได้ผู้ใดใช้ให้เขาคิดตัดรากถอนโคนกัน ในเมื่อไม่มีทางรอดแล้วอย่างไรก็ต้องสู้ใช่หรือไม่”
พูดแล้วก็เขย่าของในมือ “ตราบใดที่ข้านำสิ่งนี้ออกมา ข่าวลือนั่นก็จะมีหลักฐานชั้นดีเมื่อถึงเวลานั้นพระพักตร์ของฝ่าบาทคงไม่สู้ดี ผู้อาวุโสท่านอยากให้ไปถึงจุดนั้นจริงๆ หรือ”
หลู่เฉียนหลับตาลงน้ำเสียงของเขาดูแก่ขึ้นเรื่อยๆ “หากท่านโน้มน้าวให้เขาไปจากที่นี่ ข้าจะช่วยพูดกับฝ่าบาทให้ไว้ชีวิตเขา”
“สายไปแล้ว!” ฟู่จินยิ้มเย็น “ผู้อาวุโสก่อนหน้านี้ข้าขอร้องท่านตั้งกี่ครั้ง แต่ท่านไม่เต็มใจที่จะช่วยมาตอนนี้ท่านพูดเช่นนี้ข้าก็ไม่เชื่อ! ในเมื่อค้างคาวราตรีเคลื่อนไหวแล้ว ต่อให้เขาท่องยุทธภพจะปลอดภัยที่ไหนกันสู้ให้เขามีสถานะไม่ปลอดภัยกว่าหรือ”
“มันเป็นไปไม่ได้!” หลู่เฉียนพูดอย่างโกรธเคือง “ท่านรู้หรือไม่ว่าหากเรื่องนี้ถูกประกาศออกไปจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของฝ่าบาทมากน้อยเพียงใด ความศักดิ์สิทธิ์ของฮ่องเต้จะทำผิดไม่ได้!”
“ฟังจากที่ท่านกล่าวมา” ฟู่จินพูดเสียงเรียบ