คงไม่เปลี่ยนแปลง “ผู้อาวุโสจะว่าอย่างไร”
ท่าทางเช่นนั้นของอีกฝ่ายทำให้ความโกรธของหลู่เฉียนค่อยๆ คลายลง และเขาก็ตกอยู่ในความคิด
…………
หลู่เฉียนเข้าไปในท้องพระโรงคิดจะก้มลงคำนับ แต่ก็ถูกฮ่องเต้ประคองไว้
“ไม่ได้บอกก่อนหน้านี้แล้วหรือ เท้าของหลู่ชิงไม่ดีไม่จำเป็นต้องหมอบ” เขากลับมามีท่าทีใจดีอีกครั้งไม่มีวี่แววเจตนามุ่งร้าย
หลู่เฉียนขอบคุณเสียงสั่น “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้สั่งให้อีกฝ่ายนั่งลงแล้วถาม “ดึกดื่นเช่นนี้หลู่ชิงมีเรื่องอะไรหรือ เจิ้นไม่คิดว่าจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันนี้เหลือเพียงรอฟังความเห็นของประชาชนในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น”
หลู่เฉียนมีท่าทีเคร่งขรึม “กระหม่อมมารบกวนกลางดึกเช่นนี้เพราะไม่มีทางเลือกพ่ะย่ะค่ะ” จากนั้นก็หันไปมองข้ารับใช้ในวัง
ฮ่องเต้เข้าใจความหมายดีจึงออกคำสั่ง “ออกไปให้หมด”
ข้ารับใช้เดินออกไปอย่างรวดเร็วฮ่องเต้จึงเอ่ยถาม “เรื่องใหญ่อะไรหรือถึงทำให้หลู่ชิงเคร่งขรึมเช่นนี้”
หลู่เฉียนยืนขึ้นโค้งคำนับแล้วหยิบสิ่งของออกจากอกเสื้อวางบนโต๊ะทรงอักษร มันคือแหวนหยก หยกล้ำค่าที่มีรูปแบบเรียบง่าย ฮ่องเต้มองดูของสิ่งนั้นก็รู้สึกคุ้นเคยกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ซึ่