งลับไปแล้วหลายปี แม้ว่าลูกหลานของเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่มีภัยคุกคามต่อราชบัลลังก์ ปัจจุบันการสืบราชสมบัติจากพ่อสู่ลูกเขาไม่สามารถรับตำแหน่งนั้นได้อยู่แล้ว”
“เช่นนั้นพี่ใหญ่ก็ยอมรับว่าแม้ว่าตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผย แต่ก็จะไม่ส่งผลกระทบมากนัก”
จงซู่พูดอย่างไพเราะว่า “ก็แค่พูดตามหลักเหตุผล อย่าลืมว่าหลิ่วหยางจวิ้นอ๋อง และฉีตงจวิ้นอ๋องล้วนมีใจคิดก่อกบฏ และไม่มีผู้ใดรู้ว่าหากเขามีชื่อเสียงขึ้นมาจะทำอย่างไร”
จงเยวี่ยส่ายหน้าและพูดอย่างตรงไปตรงมา “จะตัดสินกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่จำเป็นหรอก พี่ใหญ่ ท่านจะใช้เหตุผลที่ว่า ‘เขาอาจทำ’ ปลิดชีวิตเขาหรือที่แท้คนผู้นั้นก็คิดเช่นนี้ใช่หรือไม่”
จงซู่รู้อยู่เสมอว่าน้องหกของตนมีฝีปากเป็นเลิศปกติเขาไม่ใช่คนพูดมาก เมื่อเขาพูด ทุกคำที่พูดจะต้องมีเหตุผล เหมือนตอนนี้…ตนพูดไม่ออกเมื่อถูกถาม
“รับสิ่งดีจากใครภักดีต่อผู้นั้น คติประจำตระกูลของเราไม่มีอะไรมากไปกว่าคำๆ นี้ บุญคุณของฮ่องเต้ไท่จู่ที่พวกเราได้รับ พวกเราจึงปกป้องชายแดนต้าฉีมาหลายชั่วอายุคน แต่พี่ใหญ่ท่านอย่าลืมว่าความรุ่งโรจน์ของพวกเราตระกูลจงไม่ได้อยู่ที่ฮ่องเต้ที่เราภักดี แต่อยู่