อันที่จริงจงซู่ไม่ได้ล่าถอยไปไหน เขาถอยจากแนวหน้าเดินทางไปอีกที่หนึ่งเพื่อรอซูถู หลังจากนำทัพด้วยตนเองกับมือมาครึ่งปีเขาเชื่อว่าเด็กสองคนนั้นจะร่วมกองทัพกันซึ่งเพียงพอที่จะจัดการกับน่าซูได้ขอเพียงตัดกำลังสนับสนุนได้ก็รอรับข่าวชัยชนะได้เลย
อย่างไรก็ตามในค่ายที่เขาคิดว่าแอบตั้งอย่างลับๆ ในเย็นวันหนึ่งก็มีแขกที่คาดไม่ถึงเดินทางมา
เมื่อทหารมารายงานจงซู่คิดว่าตนเองได้ยินผิด “เจ้าบอกว่าเขาเป็นผู้ใดนะ”
“เรียนท่านแม่ทัพ เขามีนามว่าจงเยวี่ย หมอเทวดาจงเยวี่ยขอรับ!” ทหารพูดอย่างตื่นเต้น
จงซู่สับสน “…เชิญเขาเข้ามา”
“ขอรับ” หลังจากนั้นไม่นานบุรุษวัยกลางคนก็เดินตามทหารเข้าไปในกระโจม เขาแต่งกายด้วยชุดสามัญชนใบหน้าอบอุ่น และร่างกายที่เพรียวยาวผอมบาง เขาถือตะกร้าหวายที่มีสมุนไพรสดจำนวนมากอยู่ในนั้นดูเหมือนคนเก็บสมุนไพรที่กำลังเดินอยู่บนภูเขา ทหารถอยออกไป จงซู่อดไม่ได้ที่จะยืนขึ้น และเดินไปหาเขา
“น้องหกเป็นเจ้าจริงๆ หรือ…”
บุรุษวัยกลางคนที่อ้างว่าเป็นจงเยวี่ยประสานมือคารวะ และเดินไปหาเขา “พี่ใหญ่ เห็นท่านยังมีชีวิตอยู่ ดีจริงๆ”
จงซู่รู้สึกสับสน หากเป็นคนอื่นพูดประโยคนี้คงทำให้รู้สึกไม่พอใจฟังดูไม่ใช่คำพู