เมื่อกัวสสวี่เดินออกไปจงรุ่ยก็ถามขึ้นว่า “ท่านจะทำบ้าอะไรอยู่ดีๆ ก็ให้เขาวาดรูป”
หยางชูหัวเราะ “ตอนนี้ใต้เท้ากัวได้สร้างชื่อเสียงไว้ในประวัติศาสตร์ การขอให้เขาวาดภาพการเผชิญหน้าของกองทัพเขาจะต้องมีความสุขมากแน่ หากสงครามจบลงก็สามารถนำไปอวดในเมืองหลวงได้ หากภาพวาดแพร่หลายออกไป เขาจะสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดหลายชั่วอายุคน”
“แล้วอย่างไร” จงรุ่ยไม่เข้าใจ “เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อพวกเราตรงไหนกัน”
“หากต้องการวาดภาพก็คงหลับตาวาดไม่ได้ไม่ใช่หรือ” หยางชูพูด “เหลียงชวนมีทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ หากอยากวาดความสวยงามของทิวทัศน์จะต้องใช้เวลาสองสามวันในการสำรวจบริเวณโดยรอบ…”
จงรุ่ยปรบมือ “ข้าเข้าใจแล้วท่านคิดจะหลอกเขา! หากเขาวิ่งไปรอบๆ จนน่าซูเห็นเข้าต้องตัดสินใจเคลื่อนไหวแน่ ถึงสถานะของเขาจะสูง แต่ไม่เป็นวรยุทธ์ ถูกจับกลับไปไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่หรือแลกเปลี่ยนเงินรางวัลล้วนนับว่าคุ้ม”
หยางชูหัวเราะแล้วพยักหน้า “ใช่”
จงรุ่ยถอนหายใจ “ท่านนี่เลวจริงๆ! ตาแก่นั่นนอกจากมีชื่อเสียงเล็กน้อย และชอบขโมยความดีความชอบแล้วยังชอบชี้แนะผู้อื่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร”
“เลวอะไรกัน” หยางชูไม่ยอมรับ “เขาไม่ได้ต้องการความดีความชอบหรอกหรือ