ึงเรียกเจี่ยงเหวินเฟิงมาตำหนิและสั่งให้แก้ไขภายในสามวัน
ศาลาว่าการมีการเคลื่อนไหวด้วยการส่งไปจับกุมประชาชนหลายกลุ่มในที่สุดก็ระงับความคิดเห็นของประชาชนได้เล็กน้อย ต่อหน้าไม่มีผู้ใดกล้าพูด แต่ภายในกลับปั่นป่วนราวกับน้ำโหมซัดสาด
หากเรื่องนี้เป็นเท็จเหตุใดฮ่องเต้ต้องทรงกริ้วด้วยพระองค์เป็นฮ่องเต้ที่มีเมตตาหาได้ยาก ข้าราชการหรือประชาชนทำความผิดถูกทำโทษสถานเบา แต่ครั้งนี้พูดออกไปไม่กี่คำกลับทรงกริ้วหนัก หรือจะมีเหตุผลที่บอกไม่ได้ซ่อนอยู่เบื้องหลังกัน ฮ่องเต้ได้ยินคำรายงานจากหวงเฉิงซือก็ทรงกริ้วจนปวดพระเศียร
ฟู่จินถูกหลู่เฉียนเรียกตัวไปหา
“เรื่องนี้เป็นฝีมือของท่านใช่หรือไม่” ใบหน้าของผู้อาวุโสหลู่เซียงขาวซีด แทบทนไม่ไหวที่จะเอาหินหมึกทุบหัวอีกฝ่าย เมื่อเรื่องใหญ่สิ้นสุดลงปัญหาต่างๆ ก็พลอยสิ้นสุดลงไปด้วย
ฟู่จินกลับเปลี่ยนท่าทีเขาดูเจ้าเล่ห์มากขึ้นกว่าเดิม
เขานั่งลงต่อหน้าหลู่เฉียนแล้วยิ้ม “ผู้ใดใช้ให้ผู้อาวุโสไม่ช่วยข้าล่ะ ข้าฉลาดไม่พอที่จะทำเรื่องอะไรเช่นนั้นหรอกขอรับ”
หลู่เฉียนมองเขาแล้วแค่นหัวเราะ “ครั้งก่อนท่านพูดว่านี่เป็นการเอาเขาไว้วางบนกองไฟยิ่งสร้างปัญหามากเท่าไรชีวิตของเขาก็ยิ่งรักษ