ร”
“แต่เรื่องการดูแลฝ่าบาทเป็นเรื่องของหม่อมฉันด้วยเพคะ”
ทางด้านว่านต้าเป่าเองก็พูดว่า “ถวายช้อนฝ่าบาทก็เป็นหน้าที่ของบ่าว ฝ่าบาท น้ำแกงดื่มตอนนี้กำลังอุ่นพอดี ฝ่าบาทจะเสวยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้หัวเราะ “บ่าวคนนี้ พูดตัดบทจริงๆ”
น้ำแกงนี้เป็นย่าวซ่าน[1]ที่สถาบันแพทย์หลวงส่งมาให้ส่วนผสม และทักษะทั้งหมดใช้อย่างระมัดระวัง ฮ่องเต้รับประทานน้ำแกงจนหมดว่านต้าเป่าก็ถอยออกไป
เมื่อเผยกุ้ยเฟยมีท่าทีเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา ฮ่องเต้จึงยิ้มและกุมมือนางไว้ “สนมรักมีอะไรอยากพูดก็พูดมาเถอะ อยู่ต่อหน้าเจิ้นจะลังเลทำไมกัน”
เผยกุ้ยเฟยก้มหน้าแล้วยิ้มราวกับสงบจิตสงบใจ “หากฝ่าบาทกล่าวเช่นนั้น หม่อมฉันก็จะพูดเพคะ”
“พูดมาเถอะ” ฮ่องเต้ทรงอารมณ์ดี
ในช่วงสองปีที่ผ่านมาต่อหน้าเขาเผยกุ้ยเฟยดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก หัวเราะเป็นครั้งคราว ไม่เหมือนเมื่อก่อน แม้นางจะมีความอ่อนโยน และนุ่มนวลดุจสายน้ำ แต่ก็เหมือนมีกำแพงกั้นไว้จนไม่สามารถเข้าไปในหัวใจของนางได้
บางทีนางคงปล่อยวางแล้วจริงๆ “ข่าวลือพวกนั้นหม่อมฉันได้ยินแล้วเพคะ” เผยกุ้ยเฟยพูด
นางเลิกคิ้วและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ “คนพวกนั้นไม่รู้ว่าพวกเขารู้เรื่องน