มตาขึ้นและถามว่า “แน่ใจหรือไม่ว่าข่าวลือพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา”
“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงาตอบอย่างรวดเร็ว “กระหม่อมสืบสวนแล้วพบว่าคนที่ปล่อยข่าวลือนี้เป็นคนของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏในเฉิงโจวพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็นคนที่จิ้นอ๋องทิ้งไว้ให้งั้นหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ถอนหายใจยาวไม่รู้ว่าพูดกับเขาหรือกำลังพูดกับตัวเอง “ยี่สิบปีแล้ว ยังคงไม่ไปไหนหรือ!”
เขาเคาะที่ทับกระดาษบนโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างครุ่นคิด องครักษ์เงาคุกเข่าเงียบๆ ไม่พูดอะไร
เสียงว่านต้าเป่าที่อยู่ด้านนอกดังขึ้นเป็นพิเศษ “ฝ่าบาท กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ส่งสายตาแล้วองครักษ์เงาก็หายจากไปในชั่วพริบตา
“เข้ามา”
ว่านต้าเป่าเดินถือกล่องอาหารตามเผยกุ้ยเฟยเข้ามาอย่างกระตือรือร้น
ฮ่องเต้วางพู่กันแล้วทักทายด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่บอกให้เจ้าพักผ่อนหรอกหรือ มาที่นี่ทำไมกัน”
เผยกุ้ยเฟยทำความเคารพไม่ทันไรก็ถูกประคองนางจึงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “หม่อมฉันนอนไม่หลับจึงเดินทางมาหาฝ่าบาท ช่วงนี้ฝ่าบาทงานยุ่งเหตุใดถึงไม่ถนอมพระวรกายบ้างเพคะนอนดึกเช่นนี้ระวังจะปวดพระเศียรนะเพคะ”
“เจิ้นเป็นฮ่องเต้ นี่เป็นเรื่องภายในที่ข้าต้องจัดกา