ไปได้เขาก็ไม่ใส่ใจ ไม่คาดคิดว่าครั้งที่สองที่พบกันจะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
“ท่าน...” หมิงเวยปลดหมวกหนังของหูเหรินออกแล้วโยนทิ้งไป นางในตอนนี้ไม่ต้องพรางตัวใดๆ ก็ดูออกได้ในทันที
นางมองดูคนกลุ่มนี้อย่างดูถูก “ข้าอยู่ที่นี่แล้วพวกท่านจะทำอะไรข้าได้”
“จับนาง…” ผู้เฒ่าเถิงตะโกน
หมิงเวยยืนถือขลุ่ยอยู่กับที่รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง
เหล่าคนตายที่มีชีวิตยังไม่ทันได้แตะต้องตัวนางพวกเขาก็ได้ยินเสียงกู่ฉินแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู หนิงซิวหาที่ลงได้แล้วตอนนี้เขานั่งอยู่บนยอดเขากำลังเล่นกู่ฉินบนตักอย่างตั้งใจ
ก่อนหน้านี้เสียงกู่ฉินของเขาเต็มไปด้วยไอสังหารเสมอ แต่ในตอนนี้กลับอ่อนโยนดั่งสายน้ำ แต่ความอ่อนโยนเช่นนี้น่ากลัวกว่าไอสังหารเสียอีก
เพราะผู้เฒ่าเถิงค้นพบแล้วว่ากำลังภายในร่างกายของเขานั้นหายไปเร็วขึ้น
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้…”
“ชีวิตและความตายนั้นแตกต่าง” หมิงเวยมองดูพวกเขาด้วยความเมตตา “คนเป็นมีทางของคนเป็น คนตายมีทางของคนตาย ในเมื่อพวกท่านตายไปแล้วจะเดินบนเส้นทางของคนเป็นอีกได้อย่างไร”
“ไม่ ไม่…พวกเราต้องล้างแค้นให้องค์หญิง…ท่านต้องตาย” จางซานเดินล้มลุกคลุกคลานไปข้างหน้าแล้