ลมแรงวางเพลิงเย้ยฟ้า ฆาตกรรมคืนเดือนมืด
หยางชูเปลี่ยนชุดเกราะและพูดกับคนสองคนในห้องว่า “แพ้ชนะขึ้นอยู่กับคราวนี้ คืนนี้เราต้องระวังเป็นพิเศษการทำภารกิจให้สำเร็จเป็นเรื่องสำคัญชีวิตของตนเองก็สำคัญไม่แพ้กัน”
หมิงเวยพูด “ท่านดึงดูดความสนใจในที่สว่างซึ่งอันตรายกว่าพวกเรามาก ระวังตัวด้วยเจ้าค่ะ”
หยางชูเลิกคิ้ว “วางใจเถอะ ข้าไม่ปล่อยโอกาสให้ท่านไปหาผู้อื่นหรอก! ต้องมีชีวิตกลับมาแน่นอน”
หมิงเวยหุบยิ้ม “ท่านกล้าให้ผู้อื่นฟังเหตุผลนี้หรือเจ้าคะ”
“เหตุใดจะไม่กล้า” หยางชูมั่นใจ “ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขายินดีที่จะสวมหมวกเขียว[1]บนหัวหรอก!”
“…” หนิงซิวทนไม่ไหวจนต้องกลอกตา ไร้ยางอายจริงๆ เรื่องใหญ่เช่นนี้ยังคิดแต่ว่าสวมหมวกเขียวหรือไม่อีก
“งั้นข้าไปล่ะ” หยางชูพูดอย่างไม่เต็มใจ แต่ยังจำได้ว่าห้องนี้มีผู้อื่นอยู่ด้วย จึงถามขึ้นว่า “ศิษย์พี่ ท่านมีอะไรอยากพูดหรือไม่”
หนิงซิวพูดเสียงเย็นชา “พวกเจ้าสองคนคุยกันเสร็จแล้วข้าจะมีอะไรต้องพูดอีกเล่า”
หยางชูไม่ได้สัมผัสถึงอารมณ์ไม่ดีจากอีกฝ่ายหรือรู้สึกถึง แต่ทำเป็นไม่รู้กันแน่ เขายิ้มและพูดว่า “เช่นนั้นข้าจะออกไปรวมกองกำลังรอสัญญาณจากพวกท่านแล้วกัน”
เมื่อเขาจากไปหมิงเวยหยิบห่อพัสดุสองห่อที่เตรียมไว้นานแล้วจากนั้นส่งให้หนิงซิวห่อหนึ่ง “ข้าพร้อมแล้วอาจารย์มีอะไรต้องเตรียมอีกหรือไม่เจ้าคะ”
หนิงซิวส่ายหน้า “เคล็ดวิชาข้าด้อยกว่าท่านฟังคำสั่งท่านก็พอ”
หมิงเวยพูด “เค