“ตั้งรับโจมตีงั้นหรือ” หมิงเวยมองเขาด้วยความประหลาดใจ “พวกท่านคิดจะทำอะไรกันเจ้าคะ”
หยางชูเพิ่งกลับมาจากพูดคุยกับจงซู่ และบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้กับนางอย่างละเอียด
“ต้องขอบคุณที่ท่านรับผู้อาวุโสกัวมาเดิมทียังจับต้นชนปลายไม่ถูก!”
เขาอธิบายว่า “ท่านอาจารย์ไม่ได้คิดเรื่องนี้ในตอนแรกจึงยืนหยัดทำตามแบบแผนมาตลอดสามเดือน เขาคิดว่าหูเหรินเพิ่งจบสงครามภายใน และความขัดแย้งภายในยังไม่ได้รับการแก้ไข และบัลลังก์ของซูถูก็ไม่มั่นคง หากพวกเขาถูกโจมตีอย่างหนักในเวลานี้คงสามารถทำให้เผ่าหูที่ยังไม่รวมเป็นหนึ่งสลายได้ทันที และสร้างบรรยากาศเช่นนี้ไม่ได้อีกในอนาคต”
หมิงเวยคิดอย่างรอบคอบแล้วพยักหน้า “แม่ทัพจงมองการณ์ไกล แต่เรามีทหารเพียงสามพันนาย เดินขบวนบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยหิมะ อีกทั้งยังเกิดหิมะถล่มอยู่หลายครั้งทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่างยากลำบาก การเผชิญหน้ากับกองทัพชาวหูที่มีคนมากฝีมือสองหมื่นนายคิดอย่างไรก็ไม่มีโอกาสชนะ”
“ยืนหยัดตั้งรับไม่ยอมออกมาดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าไม่มีวันพลาด พวกเราในฐานะที่เป็นกองหลังไม่สามารถทำผิดพลาดได้ ตราบใดที่มีช่องโหว่ทหารสองหมื่นนายของซูถูก็จะกลืนกินพวกเรา”
หมิงเวยไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับสงคราม แต่รู้สึกฟังดูสมเหตุสมผล
หยางชูพูดต่อ “ทหารหูเหรินต่อสู้มาสองวันแล้วพวกเราเองก็เฝ้ามองมาสองวัน และพบเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ”
“อะไรหรือเจ้า