หมิงเวยเลิกคิ้ว “ท่านหมายความว่าอย่างไร” ปฏิกิริยานี้ต่างจากที่นางคาดเดาไว้
กัวสวี่พูด “ให้หลานของข้าส่งจดหมายกลับไปที่ไป๋เหมินเซี่ยแล้วข้าจะไปที่เนินกรวดกับท่าน!”
หมิงเวยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะได้สติ “ใต้เท้ากัว ท่านรู้สถานการณ์ที่เนินกรวดหรือไม่ ข้ายังไม่กล้าบอกตนเองเลยว่าจะมีชีวิตรอดท่านเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น ท่านจะไปหาที่ตายหรือ”
กัวสวี่พูดอย่างหนักแน่น “สามพันต่อสองหมื่นพวกท่านยืนหยัดต่อไปไม่ไหวหรอก ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการวางแผนและขนส่งเสบียง มีแม่ทัพจงนั่งประจำการอยู่ เรื่องการวางแผนไม่น่าเป็นห่วง แต่เรื่องขนส่งเสบียงเป็นจุดแข็งของข้า หากเป็นเวลาอื่นพวกท่านคงไม่มีโอกาสให้คนที่เคยดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสมาดูแลหน่วยขนส่งเสบียงสำหรับทหารม้าสามพันนายหรอก”
มันก็…มีเหตุผลอยู่!
“อย่างไรข้าก็เป็นขุนนาง” กัวสวี่ยังคงใช้วาทศิลป์โน้มน้าวต่อไป “ท่านรู้หรือไม่ว่ารายงานของผู้บัญชาการจะถูกส่งกลับมายังราชสำนักซึ่งมักจะถูกตั้งคำถามอยู่เสมอ แต่สำหรับขุนนางแล้วต่างออกไป ถึงแม้จะเป็นศัตรูทางการเมือง แต่ความน่าเชื่อถือของพวกเขาจะเหนือกว่าผู้บัญชาการทหาร หากพวกท่านปกป้องเมือง แม่ทัพจงเป็นคนรายงานด้วยตนเองเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเป็นข้ารายงานล่ะ ข้าพูดเรื่องปกป้องเมืองของพวกท่านเกินจริงไปสักหน่อยพร้อมหลักฐานก็จะไม่มีผู้ใดสงสัยในความดีความชอบอันยิ่งใหญ่นี้ของแม่ทัพจง”
หมิงเวยลูบคางมีเหตุผลอยู่!
“แม่น