คำพูดของหยางชูสุดท้ายก็ไม่เป็นจริง การปิดล้อมตีเมืองกินเวลาจนถึงกลางคืนทำให้พวกเขาไม่สามารถเจอกันได้
หลังจากต่อสู้มาทั้งวันประกอบกับความไม่สะดวกเวลากลางคืนที่มืดมิด เสียงสังหารก็ฟังดูรุนแรงน้อยลง ทหารหลายนายบุกฆ่าฟันศัตรู หูได้ยินเสียงกระบี่แทงเข้าไปในเนื้อ เหนื่อยก็หาที่นั่งพักสักหน่อย หิวก็หยิบอาหารแห้งเดินออกมาแล้วกัดสองคำ
มีเลือดอยู่บนเกราะของหยางชูเขาขี่ม้ากลับไปอยู่ข้างกายจงซู่แล้วถามว่า “ท่านแม่ทัพ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจะมีผู้บาดเจ็บมากเกินไปหรือไม่ จะต่อสู้เช่นนี้ทั้งคืนเลยหรือ”
กองทัพที่จงซู่นำออกมาล้วนเป็นคนมากฝีมือที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนซึ่งพวกเขาไม่กลัวพวกหูเหรินเหล่านี้ แต่พวกหูเหรินไม่กลัวตาย หยางชูรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่จะให้คนมากฝีมือทั้งหลายในกองทีพซีเป่ยต้องมาสิ้นเปลืองชีวิตกับพวกเขา
จงซู่ดูการต่อสู้และถามเขาว่า “หากเป็นท่าน ท่านจะทำอย่างไร”
หยางชูลังเล วันนี้เขาได้สัมผัสกับสนามรบด้วยตนเองแล้วซึ่งล้มล้างแนวความคิดของเขาอย่างมาก เพิ่งได้เรียนรู้ว่าหมากรุกกองทัพละเว้นรายละเอียดไปมากมาย และรายละเอียดเหล่านี้มักส่งผลต่อผลลัพธ์ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะออกความเห็นส่งๆ ออกไปได้
“พูดมาเถอะ หากมีอะไรผิดข้าจะบอก” จงซู่ยิ้ม
หยางชูพอได้รับกำลังใจแล้วจึงพูดอย่างกล้าหาญว่า “หากเป็นข้าจะส่งคนไปแย่งชิงประตูเมือง หูเหรินพวกนี้ไม่เก่งในการปกป้องเมืองพวกเขาไม่รู้วิธีกา