รแย่งชิงประตูเมืองแน่นอน”
จงซู่พยักหน้าองครักษ์ข้างกายเขาเข้ามารายงาน “ท่านแม่ทัพ เราได้ทำการเลือกคนเรียบร้อยแล้วจะรีบส่งไปขโมยเมืองเดี๋ยวนี้ขอรับ”
หยางชูประหลาดใจจงซู่ได้ตัดสินใจที่จะขโมยเมืองไปแล้วหรือ
จงซู่พูดกับเขาว่า “ท่านมีความกระตือรือร้นมากพอที่จะตัดสินใจในเรื่องที่ใหญ่ แต่ควรมีความมั่นใจมากกว่านี้ แค่เรื่องขโมยเมืองไม่ใช่เรื่องที่ต้องพูดกัน ว่าอย่างไร ท่านกล้าเสี่ยงหรือไม่”
หยางชูรู้สึกตื่นเต้น “ข้าไปได้หรือไม่”
“ได้” จงซู่ตอบ “ท่านเลือกองครักษ์ตามไปด้วยสองนาย แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้ด้วย หน้าที่นี้อันตรายมาก หากไม่ระวังอาจถูกฆ่าตายที่นั่น หากท่านตายในสนามรบ ข้าคงต้องรายงานต่อฝ่าบาทว่าท่านถูกเกาทัณฑ์จนถึงแก่ความตาย”
หยางชูไม่สามารถมีความดีความชอบด้านการทหาร แน่นอนว่าจงซู่คงไม่รายงานว่าตนเองอนุญาตให้เขาร่วมสนามรบเพราะฉะนั้นหากเขาตาย คงตายอย่างเลวร้าย
“ว่าอย่างไร กล้าไปหรือไม่” จงซู่ถาม
หยางชูสูดหายใจเข้าลึกๆ “ข้าจะไป!” จงซู่ถอนหายใจเล็กน้อยในขณะที่เขาเฝ้าดูร่างของหยางชูค่อยๆ หายเข้าไปในความมืด
“ช่างเป็นการถลุงทำลายข้าวของ[1]ยิ่งนัก!”
หัวหน้าองครักษ์ไม่เข้าใจ “ท่านแม่ทัพ ท่านหมายถึง…”
จงซู่พยักพเยิดหน้าไปยังแผ่นหลังของหยางชู “หากเป็นบุตรชายตระกูลจงคงสอนให้เขาเข้าร่วมสนามรบตั้งแต่อายุสิบสอง ตอนนี้คงสามารถเผชิญหน้าได้ด้วยตัวคนเดียวแล้ว”
หัวหน้าองครักษ์ยิ้ม “ท่านแม่ทัพชอบคนมีความสา