เมื่อจงจี๋เห็นว่ากองทัพแคว้นฉีมีการเคลื่อนไหวผิดปกติเขาก็ได้ตัดสินใจลงมือ หิมะถล่มเป็นกองหนายังจะมีที่ว่างให้หยุดอยู่อีกหรือจึงทำได้เพียงมองกองทัพแคว้นฉีหนีเอาชีวิตรอด
เขายืนใบ้อยู่กับที่เป็นเวลานานเมื่อไม่มีโอกาสแก้ตัวเลยต้องกลับไปรายงานการปฏิบัติภารกิจ จงจี๋หลบเลี่ยงสายตาของกองทัพแคว้นฉี แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงหันกลับไปมอง
เขาเห็นกวางหิมะตัวหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่ามันมาจากที่ใดซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหิน มองมาที่เขาด้วยตาตื่นตระหนกใหญ่ ขันทีเฒ่าร้องในใจแล้วถอยกลับต่อไป
เมื่อร่างของเขาห่างออกไปไกล ร่างของกวางหิมะก็ฉายแสงจางๆ กลายเป็นกระดาษยันต์แล้วล้มลง พวกหมิงเวยทั้งสามคนปรากฏตัวจากด้านหลังหิน
“ที่แท้ก็เป็นเขา ขันทีขององค์หญิงหย่งชิง”
หยางชูพูด “ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นคนขององค์หญิงหย่งชิง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคงเป็นซูถู”
“พวกเราตามเขาไปกันเถอะเจ้าค่ะ”
ทั้งสามคนตามติดจงจี๋อยู่ไม่ห่าง เมื่อจงจี๋กลับมาที่เดิมองค์หญิงหย่งชิงโกรธมาก “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงทำให้พวกเขาจับได้กัน”
จงจี๋คุกเข่าขออภัย “องค์หญิงโปรดอภัยให้ด้วยขอรับ บ่าวทำพลาดไปไม่คิดว่าพวกเขาจะมองออกก่อนเลยพลาดโอกาส”
องค์หญิงหย่งชิงจะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่ซูถูพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ช่างมันเถอะ ถูกจับได้ก็ไม่แปลกใจอย่าลืมว่าคู่ต่อสู้ของพวกเราเป็นผู้ใด”
ท่าทีของเขาทำให้องค์หญิงหย่งชิงหัวเราะเยาะ “เจ้ายกย่องเด็กนั่นอยู่ตลอด เ