รือ พวกเราไม่ต้องรีบหรอกค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเจ้าค่ะ”
“อืม” หยางชูกระชับเสื้อคลุมของนางให้แน่นขึ้น “อย่าปล่อยให้ตัวเย็นเกินไป หากหนาวก็ใช้ศิษย์พี่ไปคนเดียว”
หมิงเวยพูด “หากอาจารย์รู้เขาคงโกรธนะเจ้าคะ”
หยางชูมั่นใจ “เขาเป็นลูกผู้ชายแท้ๆ ลำบากนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ แน่นอนว่าไม่กลัวเพราะถือว่ามีคนหนุนหลัง ใช้เวลาหนึ่งวันในการจัดการแก้ไขปัญหาจงซู่ก็นำทหารที่เหลือออกเดินทาง
ทหารหลายพันคนกระจัดกระจายปากของพวกเขาถูกปิดไว้จึงไม่กล้าส่งเสียงใดๆ และเดินไปบนหิมะอย่างระมัดระวัง
ในเมื่อพวกเขาเลือกที่จะเดินทางไปยังเนินกรวดการเดินทางครั้งนี้จำเป็นต้องสำเร็จ ท้ายที่สุดถนนที่ถูกปิดกั้นเส้นทางขนส่งเสบียงถูกตัดขาด เสบียงอาหารที่พวกเขานำมาก็อยู่ได้ไม่นาน
หมิงเวยและหนิงซิวเดินออกจากลุ่มเป็นครั้งคราวเพื่อสำรวจพื้นที่หากประมาทเลินเล่ออาจมีหลายพันคนเสียชีวิตได้
ในขณะที่กองทัพแคว้นฉีกำลังเดินไปบนหิมะมีคนสามคนยืนอยู่บนเนินเขาที่ไม่โดดเด่น หากหมิงเวยอยู่ที่นี่คงสามารถจำได้ทันทีว่าสามคนนี้เป็นใคร
ซูถู หัวหน้าเผ่าหูคนใหม่ องค์หญิงหย่งชิง และขันทีเก่าชื่อจงจี๋
“เจ้าคำนวณได้แม่นยำ จงซู่เลือกที่จะเดินทางไปเนินกรวดต่อไม่คิดกลับ” องค์หญิงหย่งชิงห่มขนสัตว์มองไปที่ร่างที่เคลื่อนไหวในระยะไกล
ในเวลาเพียงครึ่งปีรูปลักษณ์ของซูถูแตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก
เขาแต่งกายด้วยชุดหนังกะทัดรัดดูมีราคาหมวกประดับด้วยอั