ัวว่าตนเองจะทิ้งจุดบกพร่องให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในรัชสมัยของพระองค์ดังนั้นจึงใช้วิธีปกครองโดยเมตตาธรรม บริหารปกครองด้วยกฎหมายและวิชาการ ส่วนในเรื่องของการทหารนั้นไม่ต้องการจะมีคุณงามความชอบอะไร หวังแต่เพียงไม่มีความผิดก็ดีแล้ว
เรื่องนี้ไม่มีอะไรไม่ดีฮ่องเต้ที่รู้ข้อบกพร่องของตนเองดีนั้นดีกว่าการทำตามอำเภอใจและสุรุ่ยสุร่าย แต่จงซู่เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีเพียงนี้หากใช้ประโยชน์จากความโกลาหลครั้งใหญ่นี้ยกทัพไปทางเหนืออาจสามารถรวมทุ่งหญ้าเข้ารวมเป็นแผ่นดินเดียวกันได้
การขยายอาณาเขตเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเป็นแม่ทัพ และจะถูกบันทึกไว้ในพงศาวดารของประวัติศาสตร์อย่างแน่นอนถือเป็นความสำเร็จที่รุ่งโรจน์
ดังนั้นทันทีที่เขาได้ยินว่าหูเหรินบุกโจมตีเขาก็คิดว่าจะใช้โอกาสนี้ส่งทหารยกทัพไปที่ทุ่งหญ้า
การก่อกบฏของเผ่าซีหรงดูเหมือนจะมีแรงกดดันเป็นอย่างมากในตอนนี้ แต่ฐานของกองทัพซีเป่ยอยู่ที่นั่นมีแม่ทัพผู้มีความสามารถโผล่ออกมาไม่ขาดสาย เกรงว่าหากตนไม่อยู่ปกป้องที่นั่นก็จะรับมือยาก หากเสียโอกาสส่งทหารไปที่ทุ่งหญ้าก็ช่างน่าเสียดายจริงๆ
หยางชูรู้ความคิดของจงซู่จึงพูดกับหมิงเวยไม่กี่คำ “ตระกูลจงอยู่มาสามชั่วอายุคนแล้วมันเป็นเรื่องดีที่มีความกระตือรือร้น แต่น่าเสียดาย…”
หมิงเวยปลอบเขา “อย่างน้อยก็ยังดีกว่าประวัติศาสตร์ที่ข้ารู้ไม่ใช่ห