อากาศเช่นนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทาง แต่กัวสวี่ที่ถือพระราชโองการต้องรีบไปยังไป๋เหมินเซี่ยก่อนปีใหม่แม้ว่าเขาจะต้องปีนขึ้นไปก็ตาม หยางชูได้เรียนรู้ว่านอกจากความเห็นอกเห็นใจแล้ว เขายังรู้สึกยินดีปรีดาในความโชคร้ายของผู้อื่น
เมื่อพบว่ามีคนโชคร้ายกว่าตนก็รู้สึกมีความสุข
เมื่อมาถึงจวนแม่ทัพหลังประกาศพระราชโองการเสร็จกัวสวี่ก็ขอห้องพักจากจงซู่จากนั้นก็รีบไปจุดไฟทั้งที่ตัวสั่นระริก กว่าหยางชูจะได้พบเขาก็ผ่านไปสองวันแล้ว
“ผู้อาวุโสกัวไม่เจอกันนานเลยขอรับ”
กัวสวี่ทำหน้าบึ้งและพูดว่า “ข้าไม่ใช่ผู้อาวุโสอีกแล้วคุณชายหยางโปรดเปลี่ยนคำเรียกด้วย”
หยางชูก็คล้อยตามแต่โดยดี “ใต้เท้ากัว”
กัวสวี่พยักหน้าแล้วพูดว่า “คุณชายหยาง หากข้าจำไม่ผิดตอนนี้ท่านได้รับตำแหน่งเป็นคนดูแลสนามเลี้ยงม้าที่เกาถาง ตอนนี้ควรอยู่ที่เกาถางถึงจะถูกเหตุใดถึงอยู่ที่ไป๋เหมินเซี่ยได้”
หยางชูถอนหายใจ และระบายความคับอกคับใจออกมา “ใต้เท้ากัวคงไม่ทราบว่าการกระทำของตระกูลจงช่างเอาแต่ใจ ก่อนหน้านี้มีโจรบุกปล้นสนามเลี้ยงม้า ข้าโกรธมากจึงสั่งให้คนไปกวาดถ้ำโจร ผู้ใดจะรู้ว่าได้พบกับคุณชายจงที่ออกมาปราบปรามพวกโจรเข้า และจับกุมคนของข้าโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลใดๆ
บังคับให้ข้าเดินทางมาที่ไป๋เหมินเซี่ยเพื่ออธิบาย ใต้เท้ากัว…ท่านในฐานะผู้อาวุโส เรื่องที่ไม่ชัดเจนเช่นนี้ต้องสังเกตเห็นบางอย่างได้อย่างชัดเจน ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่เหตุใดถึงไม่เห็นพวกเข