ขาดได้”
เขาหุบยิ้มแล้วลดเสียงลง “เช่นนั้นก็ฆ่าข้าแล้วนำศีรษะข้ากลับไปยังเมืองหลวงเพื่อขอประทานอภัยเขาเลยสิ! เขาเป็นคนขี้สงสัยแต่แสร้งทำเป็นใจดี ตราบใดที่ท่านสารภาพบาป ถอยออกมาก่อนถือว่ารอดพ้นจากความผิดแล้ว! ให้เขาคิดว่าจับความผิดพลาดของพวกท่านได้แล้ว จนกลายเป็นคนสนิทของเขาอย่างแท้จริง! เมื่อถึงเวลานั้นตระกูลจงจะไม่เป็นเหมือนดังเช่นตอนนี้ที่ดูเหมือนมีหน้ามีตาอย่างไม่มีใครเทียบได้ แต่ก็ยากเข็ญทุกย่างก้าว”
กล่าวจบหยางชูก็ส่งยิ้มให้ “ตราบใดที่แม่ทัพจงทำตามวิธีของข้าก็จะไม่มีปัญหาตามหลังอีกต่อไป ท่านว่าอย่างไร”
ไร้รอยยิ้มบนใบหน้าของจงซู่เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
จงรุ่ยตกตะลึง และโพล่งออกมา “ท่านบ้าไปแล้วหรือเสนอความคิดเช่นนั้นกับพวกเราไม่ต้องการชีวิตของตนเองหรืออย่างไร”
หยางชูเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบคำถามของเขา
หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็ได้ยินจงซู่พูดขึ้นอย่างเงียบๆ ว่า “เหตุใดคุณชายหยางถึงไม่ถอยออกมาก่อนเพื่อเอาตัวรอดล่ะ ใช่ ความคิดนี้เป็นความคิดที่ดีเดิมทีข้าเองก็วางแผนไว้ว่าหากไม่สามารถหาหลักฐานกลับมาได้ คงต้องทำเรื่องชั่วร้ายเพื่อตระกูล ตอนนี้ได้ถูกท่านทำลายไปแล้วข้าจึงไม่จำเป็นต้องเลือกทางนี้”
หยางชูหัวเราะ “ตอนนี้ยังไม่สายเกินไปที่แม่ทัพจงจะทำชื่อเสียงอะไรนั่นจะสำคัญกว่าชีวิตได้อย่างไรท่านคิดว่าถูกหรือไม่”
จงซู่ไม่ได้ตอบคำถามนี้และพูดต่อ “เพียงแต่คุณชายหยางเองก็มีความโลภเช่นกัน ภา