่องของพวกเราอะไรหรือ”
“ที่คนแซ่หลินพูดมานั้นไม่ผิด หากชาติกำเนิดของข้าถูกเผยแพร่ออกไปอีกทั้งยังปล่อยข่าวลือออกไปอีก แม้พวกท่านจะพบหลักฐานเกรงว่าเรื่องนี้คงไม่ผ่านไปได้ง่ายๆ เป่ยหูในตอนนี้มั่นคง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งเสริมการทหาร และพวกท่านตระกูลจงก็จะมีความสำคัญน้อยลง”
จงซู่มองลึกเข้าไปในดวงตาของหยางชูที่เขาพูดจาไร้สาระต่อหน้าจงรุ่ยนั้นมันก็เป็นแค่ท่าทีของคุณชายผู้ดีมีเงินพออยู่ต่อหน้าตนกลับวางกิริยาท่าทางเหมาะสม แต่ก็ดูไม่ได้มีความสามารถมากมายอะไร แต่เมื่อคุยบทสนทนานี้ออกไปสีหน้าและแววตาของเขาดูสงบเหมือนคนที่วางแผนมาอย่างดี
จงซู่ถามกลับเสียงนิ่ง “คุณชายหยางต้องการอะไรหรือ”
“ก็แค่อยากจะเตือนแม่ทัพจง” หยางชูยิ้ม “แม้ว่าข้าจะไม่ทราบว่าตระกูลจงกับบรรพบุรุษของท่านมีที่มากันอย่างไร แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าชีวิตของข้าสามารถข่มขู่พวกท่านได้ ตอนนี้ข้าอยู่ที่นี่ข้างกายมีองครักษ์ไม่ต่ำกว่าสิบคน แต่แม่ทัพจงที่มีทหารหลายแสนนายอยู่ในกำมือ ขอเพียงท่านสั่งการข้าสามารถสิ้นชีพได้ทันที เมื่อถึงตอนนั้นท่านก็ไม่มีอะไรให้มาข่มขู่ได้อีก”
จงซู่พูดช้าๆ “โจรพวกนั้นต้องการให้ท่านตายที่นี่ตอนนี้แผนของพวกเขาล้มเหลวแล้ว หากข้าฆ่าท่านด้วยน้ำมือของข้าเองไม่เท่ากับว่าข้ากระโดดลงไปในกับดักหรอกหรือ”
หยางชูหัวเราะ “ชายแซ่หลินคิดว่าตนเองฉลาด แต่กลับลืมไปว่าแม่ทัพจงมีทางเลือกที่ตัดสินใจได้อย่างเด็ด