ว้จึงจะสามารถต่อสู้กับคนของจงรุ่ยแบบตัวต่อตัวได้
นี่เป็นการฝึกซ้อมไม่ใช่สงครามนองเลือดดังนั้นจึงเก็บใบมีด และปลายหอกไว้
ก่อนที่หยางชูจะกระโดดขึ้นหลังม้าเขาพูดกับบุรุษชุดดำว่า “ท่านหลิน ท่านรออยู่ที่นี่เถิด รอข้าฆ่าพวกเขาก่อนแล้วจะส่งสัญญาณออกไป เมื่อถึงตอนนั้นท่านสั่งการทหารหน่วยกล้าตายเหล่านั้นพวกเราจะจับตัวจงรุ่ยมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะสามารถเจรจาเงื่อนไขกับจงซู่ได้”
บุรุษชุดดำคารวะ “คุณชายวางใจได้ขอรับข้าเตรียมการเรียบร้อยแล้วเหลือรอคำสั่งของคุณชายเท่านั้น”
หยางชูพยักหน้าแล้วพูดกับหนิงซิว “ศิษย์พี่ วรยุทธ์ของท่านไม่เหมาะกับการต่อสู้ในสนามรบท่านอยู่อารักขาท่านหลินที่นี่ดีกว่า”
หนิงซิวเลิกคิ้ว “ข้าไม่อยู่ปกป้องเจ้าแล้วหากเกิดอะไรขึ้น…”
“วางใจเถอะมีคนมากมายเพียงนี้!” เขาขยิบตา
หนิงซิวเหลือบมองบุรุษชุดดำแล้วพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ “ได้”
หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จหยางชูดึงบังเหียนแล้วสั่งการ “ออกเดินทาง!”
“ขอรับ!” เหล่าขุนศึกตระกูลหยางมุ่งหน้าไปยังที่ราบสูงในเวลากลางคืน
หลังจากส่งหยางชูออกไปบุรุษชุดดำก็ยื่นมือไปหาหนิงซิว “ศิษย์น้องหนิง พวกเรารออยู่ที่นี่เพื่อรอข่าวชัยชนะของคุณชายกันดีกว่า!”
หนิงซิวพยักหน้าแบบขอไปทีและนั่งลงบนก้อนหินกับเขา บุรุษชุดดำหยิบถุงสุราออกมาแล้วยื่นให้หนิงซิว “อากาศเย็นทำให้ร่างกายอุ่นเสียหน่อย”
“ขอบคุณ” หนิงซิวรับมาแต่ไม่ได้ดื่มเข้าไป
เมื่อเห็นท่าทางที่