เวลาผ่านไปนานหยางชูจึงพูดขึ้นว่า “เจ้ามีอะไรมาพิสูจน์หรือไม่ว่าที่พูดมาเป็นความจริง”
บุรุษชุดดำเห็นหยางชูมีท่าทีผ่อนคลายลงก็โล่งใจเขาตอบกลับไปว่า “เป็นเรื่องปกติที่คุณชายจะไม่เชื่อ แต่ท่านลองคิดดูในสถานการณ์ปัจจุบันพวกเราตระหนักดีว่าท่านไม่ได้มีประโยชน์อะไร อีกทั้งยังมีปัญหามากมายนับไม่ถ้วนแล้วเหตุใดจึงต้องมาลำบากเช่นนี้ด้วยเล่า หรือท่านสามารถรอสักครู่ได้หรือไม่ข้าจะแจ้งให้สมาชิกคนอื่นๆ มาคารวะคุณชายที่ไป๋เหมินเซี่ย พวกเรามีของเก่ามากมายของไท่จื่อสามารถเป็นหลักฐานยืนยันได้”
เขาพูดไปในขณะเดียวกันก็สังเกตสีหน้าของหยางชูไปด้วยเมื่อเห็นว่าท่าทีของหยางชูผ่อนคลายลงจึงพูดต่อไป “บางทีท่านอาจไม่ทราบว่าตระกูลจงก็อยู่ภายใต้สมาคมของไท่จื่อ พวกเราครอบครองกองทัพซีเป่ยไว้ในมือไม่มีอะไรต้องหลอกลวงท่านใช่หรือไม่”
“อ้อ” หยางชูขยับเขาดูมีความคาดหวังเล็กน้อย “หมายความว่าตระกูลจงยอมรับข้าเป็นเจ้านายงั้นหรือ”
บุรุษชุดดำยิ้ม “ตระกูลจงของพวกเขาอยู่ที่ซีเป่ยมาหลายปีตอนนั้นต้องขอบคุณไท่จื่อ ตอนนี้พวกเขาจะปฏิเสธได้อย่างไรขอเพียงคุณชายเอ่ยปากพวกเขาไม่บิดพลิ้วแน่นอนขอรับ”
หยางชูพยักหน้าช้าๆ “เรื่องนี้ค่อยคุยทีหลังได้ แต่ช่วยบอกข้าก่อนว่ารู้ตัวตนของข้าได้อย่างไร หรือว่ามีคนรอบตัวข้าปล่อยข่าวออกมา”
“คุณชายไม่ต้องตกใจไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกขอรับ” บุรุษชุดดำรีบอธิบาย “ท่านจำเทศกาลชิวเลี่ยเมื่อปีก่อนได้หรือไม่ขอรับ พ่