งเขาด้วยสายตาอ่อนโยน “รูปลักษณ์ของคุณชายคล้ายกับหลานชายคนโตของฮ่องเต้เป็นอย่างมาก จากนั้นพวกเราก็สืบเรื่องขององค์หญิงใหญ่ และพบเบาะแสบางอย่างจึงได้ข้อสรุปนี้”
เมื่อหยางชูได้ยินเรื่องนี้เขาก็ยิ้มอย่างขมขื่น “เช่นนั้นความลับนี้ไม่สามารถปกปิดจากคนที่มีใจมุ่งมั่นไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาไม่วางใจข้า…”
“พวกเรารู้ดีถึงความคับข้องใจของคุณชายในหลายปีมานี้” คำพูดครึ่งแรกเขาพูดด้วยเสียงอบอุ่น แต่จากนั้นสีหน้าเปลี่ยนไปและพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “พวกเราไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนทำให้คุณชายต้องทนทุกข์ทรมาน ตอนนี้พวกเราพบคุณชายแล้วพวกเราจะต้องร้องขอความยุติธรรมจากอ๋องขบถแน่นอน!”
ท่าทางของเขาองอาจผึ่งผาย เหตุผลถูกต้องและวาทะเต็มไปด้วยสัจธรรม ทำให้คนฟังรู้สึกหวั่นไหว
หยางชูถาม “อ๋องขบถที่เจ้าพูดหมายถึง…ฝ่าบาทงั้นหรือ เหตุใดถึงเรียกเขาเช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นในปีนั้นเป็นฝีมือของฉินอ๋องและจิ้นอ๋อง ฮ่องเต้ไท่จู่ได้สืบจนรู้เป็นที่ชัดเจนแล้วเขาแค่หาช่องโหว่…”
บุรุษชุดดำยิ้มเยาะแล้วพูดขัดเขา “คุณชายเชื่อจริงหรือ ปีนั้นไท่จื่อ ฉินอ๋องและจิ้นอ๋อง ผู้ใดไม่ใช่เป็นมังกรในหมู่คนบ้างเหตุใดต้องให้เขาที่เป็นองค์ชายไร้อำนาจได้ประโยชน์ด้วยท่านไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องภายในบ้างสักนิดหรือ”
หยางชูประหลาดใจ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร หรือว่าเขา…”
“ใช่!” บุรุษชุดดำพูดขัด “เรื่องนี้อ๋องขบถก็หนีไม่พ้น สิบเอ็ดปีก่อน หลิ่วหยางจวิ้นอ๋องก่อกบ