วกเรายังแบ่งงานกันเหมือนเดิม แม้ว่าตระกูลจงจะดูอันตราย แต่คงไม่กล้าปล่อยให้ท่านตายในไป๋เหมินเซี่ยเป็นแน่ การฝึกซ้อมยกให้ท่านเป็นคนจัดการส่วนเรื่องเสวียนชื่อที่ซ่อนตัวอยู่นั้นข้ากับอาจารย์หนิงจะดึงเขาออกมาเอง”
……….
สิบวันจะบอกว่าเร็วก็เร็วจะบอกว่าช้าก็ช้า ก่อนเริ่มการฝึกซ้อมในที่สุดจงซู่ก็กลับมา แม่ทัพใหญ่ที่มีชื่อเสียงในซีเป่ยนั้นดูเป็นคนอ้วนที่ดูใจดีมาก เขาไม่ได้อ้วนแบบคนรวยที่ขี้เกียจ แต่เป็นคนที่ร่างกายสูงใหญ่กำยำ แขนใหญ่ เอวหนา มีพุงเล็กน้อย ในความอ่อนโยนนั้นแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม
เมื่อเขาเดินทางกลับมาถึงก็ได้เชิญหยางชูให้มาพบ จงซู่ไม่เพียงมีตำแหน่งเป็นกั๋วกง แต่ยังเป็นแม่ทัพที่มีอำนาจอีกด้วย อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้อาวุโสหยางชูจะมาหยาบคายต่อหน้าเขาได้อย่างไรจึงเก็บความเย่อหยิ่งของตนไว้แล้วเข้าไปคารวะอีกฝ่าย
จงซู่เข้ามาประคองเขาด้วยตนเอง และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เจอกันหลายปี คุณชายหยางยิ่งดูโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ”
จากนั้นเขาก็ไถ่ถามถึงสถานการณ์ของโป๋วหลิงโหว หยางชูตอบทีละคำถาม
หลังพูดคุยกันเสร็จจงซู่ก็ชี้ไปยังจงรุ่ยที่อยู่ข้างกาย “เรื่องของพวกเจ้าข้าได้ยินมาแล้ว เจ้าเด็กคนนี้ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กเลยมีนิสัยหยิ่งผยองอย่างช่วยไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นที่หนึ่งในคนรุ่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ที่ไปล่วงเกินศิษย์พี่ของท่านเข้า ข้าต้องขอโทษคุณชายหยางแทนเขาด้วย”
หยางชูยิ้ม “ท่านแม่ทัพเกรงใจไปแล้ว