อาหว่านอารมณ์เสีย หยางชูรู้และต้องการปลอบใจนาง แต่อาหว่านกลับไม่สนใจเขาเลย เขาอยากจะเปิดบทสนทนาอยู่หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จสักที
หมิงเวยถามเขา “นางโกรธข้าหรือเจ้าคะ”
หยางชูไม่เข้าใจ “นางจะโกรธท่านทำไมกัน”
หมิงเวยยิ้มแต่ไม่พูดอะไรเพียงถามเขาไปว่า “อาหว่านเป็นบุตรสาวของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องใช่หรือไม่”
หยางชูพยักหน้าเรื่องนี้เขาไม่คิดที่จะปิดบังหมิงเวยอยู่แล้วเพียงแต่ไม่ได้พูดออกไปเป็นทางการ
“หลิ่วหยางจวิ้นอ๋องตายไปสิบปีแล้วนางอยู่กับท่านมาสิบปีแล้วหรือ”
“อืม..” หยางชูตอบ “ปีนั้นครอบครัวของหลิ่วหยางจวิ้นอ๋องเสียชีวิต ท่านย่าไปช่วยอาหว่านได้ทัน ท่านไม่วางใจที่จะส่งอาหว่านไปที่อื่นจึงให้นางมาอยู่ข้างกายข้าในฐานะสาวใช้ คอยดูแลเป็นครั้งคราว”
หมิงเวยถอนหายใจ “นางคงลำบากมาก”
หยางชูกระซิบ “ในตอนที่ทั้งครอบครัวเสียชีวิตนางเพิ่งมีอายุหกปี ถึงแม้หลิ่วหยางจวิ้นอ๋องสมควรได้รับโทษ แต่ครอบครัวของเขาผิดอะไรงั้นหรือ อาหว่านในตอนนั้นยังไม่รู้ความ แต่จู่ๆ ฟ้าก็ถล่ม ไร้บิดามารดา แม้แต่พี่น้องก็ไม่ได้พบนางอยู่กับฝันร้ายเป็นเวลานานถึงค่อยๆ ดีขึ้น”
“เรื่องเหล่านี้นางจำได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ย่อมจำได้” หยางชูชะงัก “แต่นางรู้ความหนักเบาของเรื่องนี้ดีจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้อยู่ตลอด ทำแค่ในสิ่งที่สาวใช้ควรทำ นางอยากเรียนวรยุทธ์ วิชาการแพทย์ ข้าไม่เคยห้ามปล่อยให้นางเรียนรู้ให้มากที่สุด นางสูญเสียพี่น้องเช่นนั้นจึงต้องอยู่ใน