สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อให้รู้สึกว่าตนเองมีประโยชน์จึงทำให้นางรู้สึกสบายใจ”
หมิงเวยพยักหน้านางเข้าใจสถานการณ์ของอาหว่านดีในใจของนางหวาดกลัว แม้ว่าองค์หญิงใหญ่กับหยางชูจะปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี แต่เงามืดในใจก็ไม่สามารถขจัดออกไปได้นางจึงพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ เช่นนั้นจึงจะทำให้นางมีความมั่นใจในการพึ่งพาพวกเขา
“หลังท่านย่าจากไปนางจึงเป็นญาติเพียงผู้เดียวของข้าหากไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นตอนนี้นางคงเป็นเสี้ยนจู่ผู้สูงศักดิ์นางจะทำงานเป็นสาวใช้อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้อย่างไรเอาแต่นั่งกังวลว่าตนเองไร้ประโยชน์ ข้าเลยคิดว่าตราบใดที่ข้ายังอยู่ตราบใดที่ข้ามีความสามารถข้าจะพยายามปกป้องนางให้ดีที่สุด ชีวิตนี้นางคงไม่อาจจากข้าไปออกเรือนได้หากวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้นกับข้านางคงลำบาก เช่นนั้นจึงปล่อยให้นางทำตามอำเภอใจข้าทำได้แค่ให้อิสระกับนางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
หมิงเวยพยักหน้านางเข้าใจดี หลังจากศิษย์น้องเสียชีวิตนางเสียใจมาก เหตุใดตอนนั้นนางไม่ปฏิบัติต่อเขาให้ดีกว่านี้หากย้อนเวลากลับไปได้นางจะปกป้องเขาอย่างแน่นอน “แต่มีบางเรื่องที่หากท่านพูดออกมาคงไม่สะดวกใจนัก”
หยางชูไม่เข้าใจ “เรื่องอะไรหรือ”
หมิงเวยยิ้ม “ข้าจะไปปลอบนางเองเจ้าค่ะ” เด็กคนนั้นอารมณ์ร้ายการเพิกเฉยจะยิ่งทำให้นางโกรธมากขึ้นไปอีก
คืนนั้นหมิงเวยพบอาหว่านบนหลังคา “เจ้าจะโกรธไปถึงเมื่อไรหรือ”
อาหว่านแค่นหัวเราะแล้