หนิงซิวไม่อยู่เส้นทางการค้าฝั่งนั้นมีปัญหาจึงต้องพาคนไปจัดการ หมิงเวยที่ยังเหนื่อยอยู่จึงไม่ทำอะไรมากพอเก็บของเสร็จนางก็พักผ่อน
“ท่านไม่อยู่ อาสวนไปกับท่านด้วย อาจารย์หนิงต้องออกไปทำธุระเป็นครั้งคราวหมายความว่าเมืองนี้อยู่ในความดูแลของอาหว่านงั้นหรือเจ้าคะ”
หยางชูเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่บ้าน และยืดตัวออกอย่างสบายๆ “ใช่ เด็กคนนั้น หากไม่หาอะไรให้ทำก็จะชอบคิดฟุ้งซ่านให้นางยุ่งจะดีกว่า!”
หมิงเวยยิ้มเยาะ “ข้ออ้าง! เห็นได้ชัดว่าท่านขี้เกียจ”
หยางชูยิ้มและไม่ปฏิเสธ เขานั่งข้างนางแล้วเอนตัวไปมองดูสิ่งของที่นางวางไว้บนโต๊ะ เครื่องราง แผ่นเหล็ก แหวน ของสามอย่างนี้ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของกลุ่มดาวเหล่านั้นเขาเคยเห็นมาก่อนแล้ว แต่เกือกม้าเหล็กที่เพิ่มขึ้นมานั้นคืออะไร
“ตอนที่ข้าอยู่ที่หูตี้ได้พบกับกลุ่มดาวผู้หนึ่งนี่เป็นป้ายประจำตัวของเขาเจ้าค่ะ” หมิงเวยชี้ “ปี้เยวี่ยวู”
“มีกลุ่มดาวอยู่ที่หูตี้ด้วยหรือ”
“เจ้าค่ะ เขามีนามว่าเชิ่งชี ปลอมตัวเป็นทาสอยู่ข้างกายพระอาจารย์ของเผ่าฉีหู คอยช่วยเขาออกความคิด หากข้าไม่ไปที่นั่นล่ะก็เขาต้องช่วยเผ่าฉีหูรวมทุ่งหญ้าเป็นหนึ่งเดียวอย่างแน่นอน”
หยางชูเลิกคิ้ว “แต่ท่านบอกว่าตามประวัติศาสตร์ซูถูจะรวมเผ่าทั้งแปดเป็นหนึ่ง”
“ใช่ เพราะองค์หญิงหย่งชิงเจ้าค่ะ”
หยางชูเคยได้ยินนางพูดเรื่องขององค์หญิงหย่งชิงมาแล้วจึงออกความเห็นว่า “พูดแล้วนางก็ค่อนข้างน่าสงสาร ในตอนนั้นเฉียน