ึ้นเพื่อไม่ให้สงสัยในตัวคุณชายขอรับ”
หยางชูยิ้มเยาะตนเอง “ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่ดีสำหรับข้าเลยสักนิด นางทำให้หูตี้เกิดความวุ่นวาย ผู้นำหูเหรินคนใหม่มองพวกเราเป็นหนามยอกอกไม่ส่งคนมาลอบสังหารก็ถือว่าดีแล้ว ทางฝั่งกองทัพซีเป่ยข้าก็ทำให้เหลียงจางขุ่นเคือง ในอนาคตคงถูกเขาใช้อำนาจกลั่นแกล้งไม่น้อยเขาคงสบายใจมากกว่า”
หลิวกงกงส่ายหน้า “คุณชายพลาดเรื่องหนึ่งไปขอรับ”
“หืม…”
“ท่านกับแม่นางหมิงไม่ใช่คนคนเดียวกัน” หยางชูตกตะลึง
หลิวกงกงพูดต่อว่า “ตอนนี้พวกท่านอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ใช่สามีภรรยากัน ถึงแม้ฝ่าบาทไม่สงสัยในตัวท่าน แต่เป็นไปได้ว่าพระองค์สนใจในตัวแม่นางหมิงหากฝ่าบาทเคลื่อนไหวจริงๆ…”
หยางชูคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเหงื่อเย็นเยียบก็ผุดขึ้นบนหน้าผากของเขา
เขาเพิกเฉยต่อความเป็นไปได้นี้ได้อย่างไร ในฐานะฮ่องเต้แน่นอนว่าต้องการนำผู้ที่มีพรสวรรค์ไปไว้ข้างกาย หมิงเวยแค่นำกองคาราวานเข้าไปในหูตี้ แต่กลับทำให้หูตี้เกิดเหตุการณ์นองเลือดไปได้ อีกทั้งการแสดงความสามารถพยากรณ์โชคชะตาแผ่นดินของนางที่เสวียนตูกวันอีก…เพียงแค่เขาออกพระราชโองการเรียกหมิงเวยกลับเมืองหลวงแล้วเขาจะทำอย่างไร
หลิวกงกงเห็นอีกฝ่ายเป็นเช่นนั้นก็รีบปลอบโยน “คุณชายสามอย่าเพิ่งตระหนกไป บ่าวแค่มาเตือนท่าน เรื่องนี้มีความเป็นไปได้น้อยมากเพราะยังมีเหนียงเหนียงอยู่!”
หยางชูสงบอารมณ์และพยักหน้า “ที่ท่านพูดมาก็ถูก”
ตอนนี้อีกฝ่ายโปรดปรานกุ้ยเฟยถึงเ