พียงนั้น แน่นอนว่าคงไม่มีทางขัดน้ำใจของนางได้ แต่ในฐานะบุตรเหตุผลนี้ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ
เขาสูดลมหายใจแล้วพูดว่า “ขอบคุณกงกงมากที่เตือนหลังจากนี้ข้าจะระวังให้มากขึ้น”
หลิวกงกงพยักหน้าทั้งรอยยิ้มจากนั้นก็พูดอีกเรื่องหนึ่ง “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่คุณชายอาจไม่ทราบ”
“ท่านพูดมาได้เลย”
หลิวกงกงลดเสียงลง “ฝ่าบาทมีความคิดที่จะปลดไท่จื่อ”
หยางชูตกใจ “เหตุใดถึงเร็วเพียงนี้กัน”
เขารู้ว่าเจียงเชิ่งไม่มีความสามารถที่จะเป็นฮ่องเต้ได้ แต่นั่นน่าจะอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ เจียงเฉิงวางแผนโจมตีเขาอย่างลับๆ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้เป็นไท่จื่อองค์ใหม่ ฮ่องเต้ก็ล้มป่วยและสิ้นพระชนม์ลงซึ่งยังเหลือเวลาอีกสองสามปี!
หลิวกงกงพูดว่า “ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไท่จื่อและซิ่นอ๋อง ก่อนหน้านี้เห็นสนิทสนมกันดี แต่หลังจากที่ท่านออกจากเมืองหลวงไปพวกเขาก็ทะเลาะกัน ท่านเองก็รู้ว่าไท่จื่อมีจิตใจที่…”
หยางชูเข้าใจดีไท่จื่อผู้นี้มีจิตใจมืดมนไม่มีสติปัญญาที่สมน้ำสมเนื้อ แค่พูดในเรื่องของจิตใจจะไปเอาชนะซิ่นอ๋องได้อย่างไรกัน
“แต่มีคนที่มีความสามารถมากมายอยู่รอบๆ ตัวไท่จื่อ…”
“ถ้าไม่ใช่เพราะคนมีความสามารถเหล่านี้ไท่จื่อคง…” หลิวกงกงละไว้ในฐานที่เข้าใจ
ฮ่องเต้อบรมสั่งสอนเขาให้เป็นรัชทายาทอย่างแท้จริงส่งบรรดาผู้ที่มีพรสวรรค์ที่หาตัวจับได้ยากทั้งหมดไปยังตำหนักตงกง
“แต่ซิ่นอ๋องก็ไม่ได้ได้เปรียบเลย” หลิวกงกงพูด “ฝ่าบาททรงทราบว่าซิ่นอ