เขาบอกว่าไม่มีพิษกู่”
หยางชูคำนับด้วยความอับอาย “หลานกระตือรือร้นที่จะช่วยผู้คนเลยทำให้ท่านอาขุ่นเคือง ขอท่านอาโปรดใจกว้างไว้ชีวิตหลานชายด้วยเถิด” เหลียงจางเห็นเขาเป็นเช่นนี้ก็รู้สึกรังเกียจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เอากระบี่มาจ่อที่คอเขาไม่เห็นจะรู้สึกเขินอายเลยสักนิด ตอนนี้มาแสร้งทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสาเนี่ยนะ แต่เขาทำได้เพียงกลืนอาการคลื่นไส้กลับไปชั่วคราว และยิ้มเล็กน้อย
“ตอนแรกข้าโกรธมาก แต่ตอนหลังข้าคิดว่าหลานยังเด็กอยู่ ตอนที่ข้าติดตามฝ่าบาทยังเคยก่อเรื่องมากกว่าหลานอีกเพียงแต่ว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นในครั้งต่อไป เรื่องสำคัญของแผ่นดินคือการเสียสละและสงคราม ทหารม้าไม่สามารถนำมาให้เล่นๆ ได้”
“ที่ท่านอาสั่งสอนมานั้นถูกแล้วขอรับหลานจะจำไว้” หยางชูคารวะอีกครั้ง ทำตัวเชื่อฟังอย่างดีเขาชะงักไปเล็กน้อยแล้วถามว่า “เมื่อครู่ได้ยินท่านอาบอกว่า หมอเทวดาจงอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่ขอรับ ใช่หมอเทวดาจงเยวี่ยหรือไม่”
เหลียงจางยิ้มจางๆ และพูดในใจว่าติดกับแล้ว แต่ปากกลับตอบไปว่า “แน่นอนว่าเป็นเขา นอกจากคนผู้นั้นแล้วจะมีผู้ใดเรียกว่าหมอเทวดาได้อีก”
หยางชูมีสีหน้าดีใจ “ตอนนี้คนของพวกเราได้รับบาดเจ็บสาหัส หมอเทวดาจงมาได้จังหวะพอดีเลยท่านอาบอกที่อยู่ของเขาได้หรือไม่”
เหลียงจางกล่าวอย่างอบอุ่นว่า “หลานไม่พูด อาก็จะบอกหลานอยู่แล้ว เมื่อวานหมอเทวดาจงกลับไปเก็บยาสมุนไพรอีกสองสามวันก็กลับมาดังนั้นอาจึงให้หลานอยู