าวเสริมว่า “กองทัพขวาของเราต่อสู้น้อยเกินไป…”
หยางชูเหลือบมองเขา “ดูไม่ออกเลย…พวกท่านประเมินตนเองได้ถูกต้องแล้ว”
แม่ทัพเซี่ยงแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจถามอย่างหน้าหนาไปว่า “คุณชายหยาง ค่ายกลห่วงคู่เรียนรู้ได้หรือไม่”
“ท่านอยากเรียนหรือ”
“อืม…”
หยางชูยิ้มบาง “ดูเหมือนว่าพวกท่านจะไม่ใช่ขยะซะทีเดียวอย่างน้อยก็ยินดีที่จะเรียนรู้” แล้วเขาก็ถามว่า “ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าทำไมกระบวนแถวนี้ถึงมีแค่นักรบเกราะเหล็กที่สามารถทำได้”
แม่ทัพเซี่ยงรู้สึกสับสนเล็กน้อย “เพราะพวกเขามีพลังมากเกินไป”
“ท่านโง่หรือเปล่า” หยางชูต่อว่าอย่างไม่เกรงใจ “พละกำลังมากแน่นอนว่าต้องส่งเสริมจะซ่อนไว้ได้อย่างไร”
แม่ทัพเซี่ยงไม่เข้าใจ “ทำไมเล่า”
“เพราะกระบวนแถวนี้เรียนรู้ไม่ง่าย” หยางชูพูด “ทหารทุกคนต้องเชื่อมั่นในสหายของเขาอย่างเต็มที่ แม้ว่ามีดจะถูกฟันที่ด้านหลังเขาก็จะไม่ลังเลใจ อย่าคิดว่าปกติแล้วนักรบเกราะเหล็กจะไม่ติดต่อกัน พวกเขาเชื่อใจกันมากกว่าพี่น้องพวกเขาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องให้กระบวนแถวนี้เข้าไปอยู่ในสายเลือด ตราบใดที่พวกเขาได้ยินเสียงกลองพวกเขาก็สามารถสู้รบได้”
แม่ทัพเซี่ยงครุ่นคิด “อ้อ…”
“เพราะฉะนั้นค่ายกลห่วงคู่จึงไม่เหมาะกับคนจำนวนมากที่จะฝึกฝน นักรบเกราะเหล็กสามพันนายคือจำนวนสูงสุดแล้ว ท่านย่าข้าบอกว่าอันที่จริงหนึ่งพันคนคือจำนวนที่ค่ายกลห่วงคู่มีประสิทธิภาพมากที่สุด”
แม่ทัพเซี่ยงพยักหน้าแล้วมองเขาด้วยสายตากระตือ