รือร้น “ถ้าเช่นนั้นข้าสามารถเรียนได้ใช่หรือไม่”
“เรียนมันก็เรียนได้ แต่ทหารของท่านจะทำได้หรือไม่เล่า” หยางชูเหล่มองเขา “หากท่านทำได้ข้าก็จะสอนท่าน”
แม่ทัพเซี่ยงดีใจมากเดิมทีเขาเคยลองฝึกแล้ว แต่ตอนนั้นไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก ผู้ใดจะรู้ว่าหยางชูเป็นคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ “คุณชายหยางเต็มใจสอนข้าใช่หรือไม่”
“ข้าสอนท่านได้ แต่ไม่รับประกันว่าท่านจะเรียนรู้ได้มากเพียงใด แต่ท่านต้องรับปากข้าว่าเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับให้ผู้อื่นรู้ไม่ได้ว่าข้าเป็นผู้สอน และห้ามบอกทหารเหล่านี้ว่าสิ่งที่เขาเรียนคือค่ายกลห่วงคู่เด็ดขาด”
แม่ทัพเซี่ยงพยักหน้ารัว “ได้! ข้าทำได้แน่นอนขอรับ”
“ดี! พวกเราไม่ต้องรีบกลับสอนท่านไม่กี่วันก็เพียงพอแล้ว หากท่านทำไม่ได้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”
“ขอรับๆๆ” แม่ทัพเซี่ยงรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของหยางชูเป็นอย่างยิ่ง
………
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะปัจจัยทางจิตวิทยาหรือไม่ หมิงเวยรู้สึกว่าอาการบาดเจ็บภายในของตนนั้นดีขึ้นมาก
ในตอนที่หยางชูสอนแม่ทัพเซี่ยงนางก็นั่งดูอยู่ข้างๆ ด้วย เขาไม่ใช่ครูที่ดี นักมักจะสอนออกไปไม่กี่คำแล้วตำหนิออกมาเสียงดังเนื้อหาประมาณว่า
“ทำไมถึงได้โง่เช่นนี้”
“โง่จริง!”
“เมื่อครู่บอกไปแล้วไม่เข้าใจหรือ” แม่ทัพเซี่ยงถูกต่อว่าซะเละ แต่เขาก็ไม่พูดอะไรออกมา รอจนเขากลับไปฝึกทบทวนเองหมิงเวยจึงถามออกไปว่า “ทำไมท่านใจดีเสียจริง ในเมื่อเป็นความลับของนักรบเกราะเหล็กก็ไม่ควรสอนผู้ใดง