่ายๆ ไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
หยางชูหยิบผลไม้หวานๆ เข้าปากแล้วตอบว่า “อืม…พูดตามตรง เฉพาะคนระดับเหลียงจางเท่านั้นที่เขาสามารถเรียนรู้กระบวนแถวนี้ได้ นักรบเกราะเหล็กต่างแยกย้ายกันสอน รู้พื้นฐานแต่ไม่รู้ทั้งหมด”
“แต่ท่านก็ยังสอนเขางั้นหรือ”
หยางชูยัดผลไม้หวานใส่ปากของนางแล้วพูดว่า “ท่านกับตาเฒ่าฟู่นั่นสนับสนุนให้ข้ามาซีเป่ยเพื่อเลี้ยงม้าจริงๆ หรือ พูดตามตรงแล้วไม่ใช่เพื่อให้ข้าวางรากฐานที่ซีเป่ยหรอกหรือ ปราบแค่พวกโจรจะไปนับอะไรได้ กองทัพซีเป่ยต่างหากคือเป้าหมายใช่หรือไม่”
หมิงเวยหัวเราะรสชาติหวานของผลไม้ยังคาอยู่ในปาก “ข้าคิดว่าท่านไม่พอใจเรื่องนี้เสียอีก เมื่อมาถึงเกาถางไม่เห็นอยากพูดคุยกับกองทัพซีเป่ยเลยสักนิดเดียว”
“นั่นเพื่อให้เขาวางใจ” หยางชูคายเมล็ดออกจากปาก “ข้าถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงแล้วยังมาพัวพันกับกองทัพซีเป่ยอีก ท่านคิดว่าคนผู้นั้นจะทนได้หรือ จงซู่ข้าไม่กล้าทักทายด้วยหรอกเขามีความระแวดระวังกับตระกูลจงอยู่ ส่วนเหลียงจางเป็นคนสนิทของเขา หากข้ามาทักทายเขาไม่น่าตื่นตระหนกไปหรือ ครั้งนี้เพราะท่านเกิดเรื่องเลยหาเหตุผลมาคุยได้ ส่วนคนแซ่เซี่ยงผู้นี้ดูไร้ความสามารถไปหน่อย แต่ก็มีความกล้า เสียดายที่มาอยู่กองทัพขวา”
ทหารที่ไร้ความสามารถเป็นเพียงทหาร แต่ผู้บังคับบัญชาที่ไร้ความสามารถจะนำทีมทหารที่ไร้ความสามารถออกมาได้อย่างไร เหลียงจางเป็นคนขี้ขลาด รู้เพียงแค่ว่าต้องปกป้องเป่ยเทียนเหมินไม่ก