โหวเหลียงนอนอยู่บนผ้าห่ม เขาร้องโอ้ยไม่หยุด เขาในตอนนี้หากผู้ใดมาเห็นคงต้องร้องไห้ด้วยความสงสาร
เขามีอายุเพียงสี่สิบต้นๆ เป็นช่วงเวลาที่บุรุษฝึกฝนจนอยู่ในวัยผู้ใหญ่ และยังไม่เริ่มแก่เฒ่า อีกอย่างเขามักจะใส่ใจกับภาพลักษณ์ของตัวเอง สะอาดสะอ้านและสง่างามอยู่เสมอ แต่หลังจากไปเยือนหูตี้เขากลายเป็นอย่างไรเล่า!
หลังจากหลบหนีไปได้เกือบสองเดือนเสื้อผ้าบนร่างกายของเขาขาดจนไม่น่ามอง ส่วนที่ยังดูดีอยู่ก็ถูกตัดไปทำว่าว
เคราไม่ได้ตัดผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะกินไม่ได้นอนไม่หลับใบหน้าผอมแก้มตอบ ดวงตาหมองคล้ำไม่ต่างจากคนลี้ภัย เมื่อถูกเห็นว่ากำลังจะหนีก็ถูกยิงธนูเข้าที่ก้น
“เบาหน่อยๆ เจ็บ…” โหวเหลียงตะโกนราวกับว่าส่วนที่ถูกยิงไม่ใช่ก้นแต่เป็นส่วนที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ แพทย์ทหารที่ดูบาดแผลให้เขาพูดไม่ออกรู้ว่าเจ็บ แต่ร้องออกมาเช่นนั้น…มันอาจทำให้คนเข้าใจผิดได้
อาสวนยกม่านขึ้นและพูดว่า “คุณชายอยู่ห้องข้างๆ หากท่านร้องดังกว่านี้อาจทำให้คุณชายโกรธข้าช่วยท่านไม่ได้นะ”
โหวเหลียงรีบปาดน้ำตา “เงียบแล้ว ข้าเงียบแล้ว!”
แต่หากไม่ร้องเลยก็จะเจ็บมากเขาจึงถามออกไปว่า “แม่นางหมิงล่ะ”
อาสวนดึงกริชออกมาตัดเล็บ “แน่นอนว่าต้องอยู่กับคุณชาย! ท่านไม่เห็นว่าข้าเลี่ยงออกมาหรือ” โหวเหลียงทำสีหน้าเข้าใจยาก
อาสวนเหลือบมองเขา “ท่านก็อายุไม่น้อย ความคิดยังแข็งแรงอยู่ก็ดีแล้ว”
โหวเหลียงยิ้มเงียบๆ แววตาดูค่อนข้างดูหมิ่น “ท่านเองก็ห