ลีกเลี่ยงออกมา จะแข็งแรงได้อย่างไรเล่า”
อาสวนไม่คิดว่าจะถูกอีกฝ่ายย้อนเช่นนี้เขาไม่รู้จะตอบอะไรอยู่ครู่หนึ่งจึงสั่งแพทย์ทหารไปว่า “ดูจากแผลของเขาแล้วน่าจะต้องล้างอีกสักสองสามรอบถึงจะหายเร็ว” แพทย์ทหารตอบรับอย่างยินดีแล้วเทสุราลงบนบาดแผลที่ก้นของเขา
“อา!” โหวเหลียงร้องออกมาทันที
สมน้ำหน้า! อาสวนสูดลมหายใจแล้วตัดเล็บต่อ
หยางชูที่ได้ยินเสียงกรีดร้องจากห้องข้างๆ ก็เลิกคิ้วแล้วพูดต่อว่า “ก่อนออกเดินทางรับปากข้าว่าอย่างไรจะเกิดอะไรขึ้นหากข้าไม่ไปรับ ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่จะทิ้งชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์หรือ”
หมิงเวยที่นอนอยู่บนเตียงสนามตอบว่า “ก็ไม่อะไรเจ้าค่ะ หากท่านไม่มาข้าก็แค่กลับทุ่งหญ้าไปกับเขา”
“….” หยางชูถูกนางพูดขัดก็โกรธเคือง “ที่แท้ท่านต้องการกลับทุ่งหญ้าไปกับเขาหรือ เป็นหวางเฟยนั้นมันดีตรงไหนกัน”
หมิงเวยมองเขาด้วยรอยยิ้ม “นั่นเพราะท่านไม่มานี่เจ้าคะ ข้าเองก็ต้องรักษาชีวิตตนเองใช่หรือไม่ นอกจากนี้ข้าเชื่อว่าไม่ว่าจะยากเพียงใดท่านก็ต้องมาช่วยข้า ข้าก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรอพบท่านสักวันหนึ่ง” ความโกรธของหยางชูหายไปในทันทีด้วยคำพูดนี้ของนาง
หมิงเวยปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “ท่านจะบอกอย่างที่ข้าคิดใช่หรือไม่”
หยางชูพูดเสียงค่อยใบหน้าของเขาเป็นสีแดง “ข้าไปช่วยท่านแน่นอน แต่ท่านห้าม…”
“เป็นหวางเฟยของเขาหรือ”
“ใช่!” หมิงเวยหัวเราะเบาๆ
“ท่านยังกล้าหัวเราะ! ข้าจะบอกท่าน…” เขายังไม่ได้พูดคร