อีกทั้งยังบาดเจ็บภายในอีกมีตรงไหนตรงไปตรงมาบ้าง”
ซูถูไม่อยากพูดกับนางอีกจึงถามต่อว่า “แล้วท่านตกลงหรือไม่”
หมิงเวยยิ้มแล้วส่ายหน้า “น่าเสียดาย ท่านมาช้าไป”
“หมายความว่าไม่ตกลงงั้นหรือ”
“ข้าได้เลือกแล้วไม่เปลี่ยนใจอีก”
ซูถูไม่เข้าใจคำพูดกำกวมของนางสีหน้าของเขาค่อยๆ มืดครึ้มลง
บรรยากาศตึงเครียดมากขึ้น และน่าซูก็ถอยห่างออกไปตามสัญชาตญาณไม่ได้ทะเลาะกับหยางชูอีก
ซูถูยกกระบี่ขึ้นชี้ไปที่นาง “ข้าให้โอกาสสุดท้ายกับท่าน หากท่านไม่ตกลง ข้าจำเป็นต้องให้ท่านตายที่นี่ระยะห่างแค่นี้ ต่อให้เป็นนักรบเกราะเหล็กก็ช่วยไม่ทัน”
หมิงเวยยิ้มแล้วส่ายหน้า “องค์ชายเจ็ดให้ความสำคัญกับข้าเช่นนี้ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติมาก แต่ข้าไม่อยากเลี้ยงแกะไม่มีเสื้อผ้าสวยๆ ไม่มีอาหารเลิศรส มันน่าเบื่อมาก”
ในตอนนั้นเองหยางชูกระชับกระบี่ที่เอวพลางจ้องมองท่าทีของอีกฝ่าย ปากก็พูดออกไปว่า “ใช่แล้ว หวางเฟยอะไรกัน หวางเฟยเลี้ยงแกะหรือ นางต้องการอะไรข้าล้วนสรรหามาให้เอาใจนางเป็นอย่างดี”
ซูถูถอนหายใจจากนั้นเขาก็เผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเล็กน้อย “ข้าให้โอกาสท่านมามากมาย แต่ท่านไม่รับมันไว้ข้าคงทำได้เพียง…”
ไม่จำเป็นต้องพูดต่อก็เป็นที่เข้าใจกันดีคมกระบี่มีจิตสังหารรุนแรงเพียงนี้
ในเวลาเดียวกันเหล่าหูเหรินที่ยกกระบี่ง้างธนูเตรียมพร้อมต่างจ้องกองทัพแคว้นฉีตรงหน้าอย่างแน่วแน่ระวังพวกเขาเป็นอย่างดี
ธนูเหล่านี้ข่มขู่กองทัพแคว้นฉีไม่ได้