ยได้ยินเรื่องราวของพวกเขามันวิเศษมาก”
หยางชูพยักหน้า “ท่านคือองค์ชายน่าซูหรือ”
“ท่านรู้จักข้าด้วยหรือ” น่าซูแปลกใจ
“แน่นอน” หยางชูตอบ “ข้าพอรู้สถานการณ์ของทั้งแปดเผ่าในเป่ยหูมาบ้าง ผู้ใดจะไม่รู้จักองค์ชายทั้งสองกันล่ะ ว่ากันว่าทั้งสองท่านสังหารหัวหน้าเผ่าทั้งแปดในพริบตาเดียว และได้ขึ้นเป็นจ้าวแห่งทุ่งหญ้า เหตุใดจึงไม่รวมเผ่าอยู่ที่หวางถิงดีๆ เล่าวิ่งมาถึงเป่ยเทียนเหมินทำไมกัน”
น่าซูกำลังจะตอบ แต่ซูถูพูดแทรกขึ้นมาว่า “ท่านพูดไร้สาระเกินไปแล้วข้าจะไปไหนมาไหนไม่ใช่เรื่องที่คนจงหยวนอย่างพวกท่านต้องมาสนใจ ตอนนี้ฤดูหนาวใกล้มาเยือนแล้ว พวกเราไม่อยากต่อสู้หรอกนะพวกท่านกลับไปแต่โดยดีจะดีกว่า ข้าจะถือว่าพวกเราไม่เคยพบกัน”
หยางชูยิ้มตาหยี “ไม่มีปัญหา” พูดจบเขาก็ตะโกนใส่หมิงเวย “คำพูดขององค์ชายซูถูได้ยินหรือไม่ยังไม่รีบกลับมาอีก! ข้าไม่เฝ้าสักวันสตรีอย่างท่านก็ออกไปวิ่งเพ่นพ่านเสียแล้ว!”
หมิงเวยหัวเราะเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน “ข้าผิดไปแล้ว”
“เดี๋ยวก่อน!”
พอได้ยินเสียงตะโกนของซูถูหยางชูก็เลิกคิ้ว “ทำไมหรือองค์ชายซูถูพวกเราก็ฟังท่านแล้วนะ!”
ซูถูพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “พวกท่านกลับไป! แต่สตรีผู้นี้ข้าต้องพากลับไปด้วย!”
หยางชูเชิดหน้ามองเขาด้วยความสงสัย “องค์ชาย เช่นนั้นไม่ดีหรอกนะ”
“มีอะไรไม่ดี”
หยางชูถอนหายใจ “ตามเหตุผลแล้วองค์ชายต้องการสตรีสักคนไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แต่สตรีผู้นี้ดุร้ายเกินไปซ้ำยังโย