ราะเหล็กงั้นหรือ”
หยางชูมองเขาอีกฝ่ายเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “พวกเราคือนักรบเกราะเหล็ก แน่นอนว่าเราต้องปรากฏตัวด้วยค่ายกลห่วงคู่สิ”
“….” แม่ทัพเซี่ยงมองธงนักรบเกราะเหล็กด้วยสีหน้าสับสน
ค่ายกลห่วงคู่ เป็นกระบวนแถวที่เป็นเอกลักษณ์ของนักรบเกราะเหล็ก ฆ่าศัตรูนับไม่ถ้วนและมีชื่อเสียงระบือไกล แต่รูปแบบนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่มากจึงนำมาใช้ได้ยากซึ่งแม้แต่เขาก็ยังไม่เคยเรียน แต่เหตุใดคุณชายผู้นี้ถึงทำได้ ตกลงผู้ใดเป็นแม่ทัพซีเป่ยกันแน่ ผู้ใดเป็นผู้ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนกันแน่
หยางชูมองเห็นหมิงเวยแล้วนางอยู่ท่ามกลางกองทัพทั้งสอง แต่เขาไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าจนกว่ากองทัพฉีจะจัดแถวเสร็จและแน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไร
“คุณชายหยางขอรับ” แม่ทัพเซี่ยงตะโกนเรียก
หยางชูไม่สนใจและนำขุนศึกทั้งสองไปข้างหน้าไม่สนว่าลูกธนูของฝั่งตรงข้ามง้างรอแล้ว หากเขาออกคำสั่งธนูฝั่งตนก็พร้อมพุ่งออกไปเป็นสายฝน
เขายืนอยู่ตรงกลางและสำรวจซูถูตั้งแต่หัวจรดเท้าแววตาของเขาฉายแววปรามาส เขาถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ท่านคือองค์ชายซูถูหรือ”
ซูถูมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชาไม่พูดอะไร เป็นน่าซูที่ขี่ม้าไปข้างหน้าแล้วถามออกไป “ท่านเป็นผู้ใดกัน”
“ข้าแซ่หยาง โป๋วหลิงโหวหยางว่างคือปู่ของข้า ส่วนท่านย่าของข้าคือองค์หญิงหมิงเฉิง” แม้น่าซูจะไม่เคยไปเยือนจงหยวน แต่เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับชื่อของแม่ทัพจงหยวนมาบ้าง
“อา! ท่านคือหลานขององค์หญิง! ข้าเค