ไม่สนใจเขาอีกหันศีรษะไปอีกด้าน และสั่งให้ขุนศึกแขวนร่มไว้กับเสาธงแล้วออกเดินทางต่อไป แม่ทัพเซี่ยงมองร่มคันนั้นแล้วรู้สึกว่าชีวิตของตนเองน่าเป็นห่วง…
ช่างเถอะ ธงของนักรบเกราะเหล็กก็ยกขึ้นไปแล้วลองแสร้งทำเป็นโหดร้ายดุดันดูบ้าง บางทีมันอาจจะทำให้หูเหรินกลัวได้โดยไม่ต้องต่อสู้ด้วยซ้ำ
เพื่อชีวิตของเขาเองแม่ทัพเซี่ยงจึงกัดฟันพูดว่า “ทำตัวกระปรี้กระเปร่าให้ข้าเห็นหน่อย เบื้องหน้าคือหูเหรินคนที่อยากมีชีวิตรอดให้ฟังคำสั่งข้าได้ยินหรือไม่”
เมื่อเขาปลุกปั่นขวัญกำลังใจอย่างต่อเนื่องทหารนับพันก็ฮึกเหิมและต้องการที่จะจัดการซูถู
เมื่อเข้าไปใกล้หยางชูก็ออกคำสั่ง “จัดแถว!”
แม่ทัพเซี่ยงตะโกน “นักรบเหล็กฟังคำสั่ง จัดแถว!”
ทันใดนั้นเสียงกลองรบของอาสวนดังขึ้น กองทัพซีเป่ยที่เคยชินกับการฟังเสียงกลองจัดแถวก็แยกย้ายกันไปทันทีเพื่อหาตำแหน่งของตนเอง หยางชูเหลือบมองแล้วพูดรหัสลับกับอาสวน
เสียงกลองเปลี่ยนไปเล็กน้อยทหารกองทัพซีเป่ยกระจายไปอยู่พื้นที่เล็กๆ ตามคำสั่งของเสียงกลองจัดกระบวนแถวขึ้นมาใหม่
แม่ทัพเซี่ยงเห็นว่าการจัดกระบวนแถวเริ่มผิดปกติจึงกังวลอยากโน้มน้าวเขาไม่ให้สร้างปัญหา อยากบอกว่าเรื่องสั่งการยกให้เป็นหน้าที่ของตน แต่พอตั้งใจมองดูดีๆ ก็พบว่าการจัดกระบวนแถวนี้ค่อนข้างคุ้นเคยเขาคิดอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่งก็ต้องถอนหายใจ
เขาหันไปหาหยางชู “คุณ คุณชายหยาง นี่คือค่ายกลห่วงคู่หรือ ค่ายกลห่วงคู่ของนักรบเก