ล้ว”
โหวเหลียงซึมซับแล้วถอนหายใจ “เป็นคำพูดที่ลึกซึ้งมาก”
ด้วยความช่วยเหลือของโหวเหลียงทำให้แผลที่ไหล่ถูกพันใหม่อย่างเรียบร้อยตัวฝูถามว่า “ท่านโหวล่ะมีเรื่องที่เสียดายหรือไม่”
โหวเหลียงรู้สึกทึ่งกับคำถามนี้
ในตอนที่เกือบถูกหมิงเวย ‘ฆ่า’ เขานึกถึงชีวิตของตนเองในตอนนั้นเขารู้สึกเสียใจมากที่สุด ช่วงแรกเขารู้สึกแค้นเคืองใจเป็นอย่างมากรู้สึกว่าตนเองโชคไม่ดี ถูกผู้อื่นทำร้าย ในตอนที่ตนเอง ‘กำลังจะตาย’ ถึงได้เผชิญกับความผิดพลาดของตัวเอง
เขาคิดอยู่นานก่อนจะตอบด้วยความกลุ้มใจ “ถ้าสามารถมีชีวิตต่อได้ข้าก็อยากเป็นคนดี”
ได้ยินดังนั้นตัวฝูก็ยิ้มออกมา
“แม่นางยิ้มอะไรหรือ”
ตัวฝูพูด “ถ้าท่านรอดชีวิตมาได้จริงๆ ท่านคงไม่เป็นคนดี”
โหวเหลียงไม่อยากยอมรับ “เหตุใดจะเป็นไม่ได้เล่าการเดินทางครั้งนี้ข้าทำได้ดีไม่ใช่หรือ”
ตัวฝูตอบอย่างจริงจัง “ท่านอายุมากเพียงนี้แล้ว การทำสิ่งต่างๆ จนกลายเป็นนิสัยไปนานแล้วจะเปลี่ยนอีกได้อย่างไรคงไม่มีทางเป็นเช่นอาจารย์หนิงได้หรอก”
“….” โหวเหลียงพูดอย่างขมขื่น “แม่นางตัวฝูท่านเปลี่ยนไป!”
ตัวฝูกะพริบตา “ข้าไม่ได้เปลี่ยน! ข้าพูดความจริง”
มันคือความจริงนี่แค่ก่อนหน้านี้ตัวฝูไม่รู้จะพูดจากก้นบึ้งของจิตใจอย่างไร
หมิงเวยไม่มองฟ้าแล้วนางกำลังตัดไม้ไผ่
ตัวฝูเดินเข้ามาถาม “คุณหนูกำลังทำธนูหน้าไม้หรือเจ้าคะ”
หมิงเวยเงยหน้าแล้วยิ้ม “ทำธนูหน้าไม้ไปทำอะไร”
“แน่นอนว่า…” เมื่อพูดจบหมิงเวยก