็นำไม้ไผ่ที่ตัดแล้วปักลงดินแล้วตั้งใจเงี่ยหูฟัง
ตัวฝูมองครู่หนึ่งแล้วถาม “คุณหนูทำอะไรหรือเจ้าคะ”
“เป็นการฟังการเคลื่อนไหวในระยะไกล” โหวเหลียงตอบ “การฟังเช่นนี้พวกเราต้องอยู่ใกล้กันมากถึงจะได้ยินเสียงฝีเท้าของม้า แต่หากฟังจากใต้ดินก็จะได้ยินชัดเจนมากขึ้น”
ตัวฝูเอนไปข้างหน้าเพื่อฟังและมีเสียงก้องเบาๆ “พวกเขาอยู่ใกล้พวกเรามากใช่หรือไม่เจ้าคะ ได้ยินชัดมากเลย!”
หมิงเวยตอบ “ไม่ใกล้เท่าไรเพียงแค่ใต้ดินจะได้ยินเสียงค่อนข้างชัดเจน”
“เอ๋!” ตัวฝูพูดอย่างสับสน “คุณหนู เหตุใดเหมือนบ่าวจะได้ยินสองเสียงละเจ้าคะ เสียงหนึ่งเบาอีกเสียงหนักกว่า”
หมิงเวยตกใจก้มตัวกลับไปฟังอีกครั้ง เป็นดังที่คาดไว้เสียงเกือกม้าดังก้องเหมือนมีสองเสียงซ้อนกัน
นางฟังเงียบๆ ครู่หนึ่งแล้วจู่ๆ ก็ยิ้มออกมา “ท่านโหวพวกเราคงไม่ตายจริงๆ”
โหวเหลียงดีใจมาก “แม่นางหมิงมีความคิดดีๆ หรือ”
หมิงเวยหยิบไม้ไผ่อีกอันขึ้นมาแล้วตัดออก
โหวเหลียงรู้สึกสับสน “แม่นางทำอะไรน่ะ”
“ทำว่าว”
…………
“หน่วยสอดแนมได้ยินเสียงเกือกม้าอยู่ข้างหน้าคาดว่าพวกเขาอยู่ห่างจากพวกเราไม่เกินครึ่งวัน เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนมากคนที่คุณชายตามหาอยู่อาจอยู่บนเส้นทางนี้”
“ตำแหน่งที่แน่นอนล่ะ”
“…ยังหาไม่พบขอรับ”
หยางชูเลิกคิ้วแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “กองกำลังหนึ่งพันนายใช่หรือไม่”
“ขอรับ”
“ไป! พวกเราไปต้อนรับกันเถอะ!”
แม่ทัพเซี่ยงอ้าปากเขารู้สึกลังเลเล็กน้อย แต่ตัดสินใจเตือนเ